วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

(คุณ)พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง..(แค่ไหน?)

มีทฤษฎีที่พูดถึง ความเคยชิน..จนชินชา ที่ผมชอบมากเรื่องหนึ่ง คือเรื่องทฤษฎีต้มกบ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่มีคนมากมายนำมาอธิบายเกี่ยวกับพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงว่า และได้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า
 "การเปลี่ยนแปลง..แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป” เป็นการเปลี่ยนแปลงที่อันตรายที่สุด

เพราะมันทำให้คนส่วนใหญ่ตกหลุมลับ/ลวง/พรางจนคิดว่าสามารถเอาอยู่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้
บางคนอาจจะทันสังเกตุเห็น
หรือ บางคน...รู้สึกคุ้นชินกับมัน...
แต่ที่ตลกร้าย บางคนเฉย จนเฉี่อยชา มองเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ใส่ใจ

สุดท้าย...
การเปลี่ยนแปลงนั้นถึงจุดที่เราไม่สามารถรับมือได้ เพราะว่า..ทุกสิ่งทุกอย่างก็อาจสายเกินไป..

..............................................................................................................................................

นักวิชาการชาวไอริชผู้หนึ่งนามชื่อ Tichyand Sherman (1993) เขาได้เสนอแนวคิดทฤษฎีโดยการทดลองนำกบมาต้มเพื่อจะศึกษาปฏิกิริยาตอบสนองของกบ  โดยหม้อน้ำที่ชาวไอริชนำมาใช้ทดลองนั้นใส่น้ำต่างกัน ใบแรกเป็นใส่น้ำร้อนจัด ใบที่สองเป็นใส่น้ำที่อุ่นสบายๆ และค่อยๆ ทำให้อุ่นขึ้นจนเดือด เขาได้ทดลองโดยนำกบมา 2 ตัว โดยกบตัวแรกเขาเอากบเข้าไปใกล้ๆหม้อน้ำร้อน เพื่อทำให้มันรู้ว่าน้ำที่อยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็น “น้ำร้อน” นะเฟ้ย  จากนั้นเขาปล่อยเจ้ากบตัวนั้นลงไปในหม้อน้ำร้อน
ผลคือ เจ้ากบก็กระโดดตัวลอยขึ้นจากหม้อ ทันทีที่เท้าของมันสัมผัสกับผิวน้ำในหม้อ

ส่วนกบอีกตัว เขานำกบมาปล่อยลงในหม้อใบที่สอง  ซึ่งมีน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ
เจ้ากบตัวนี้เมื่อมันลงไปในหม้อมันก็ปล่อยตัวนอนเล่นตามสบาย ไม่ได้พยายามตะเกียกตะกายหนีขึ้นมาจากหม้อ โดยหารู้ไม่ว่า..อันตรายที่กำลังเข้ามาเยือน เมื่อน้ำในหม้อเริ่มร้อนขึ้นทีละน้อยๆ มันก็ยังใช้ชีวิตสบายๆของมันอยู่ในหม้อใบนั้น
กว่ามันเริ่มรู้สึกว่าน้ำนั้นเริ่มร้อนมากเกินไป มันก็กลายเป็นกบถูกต้มไปเรียบร้อยแล้ว 
..................................................................................................................................................

หลายปีที่ผ่านมา..
มีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านสาธารณสุขที่รวดเร็วอย่างมาก เทคโนโลยีดิจิตัลเข้ามามีบทบาทแทนระบบอนาล็อก ซึ่งส่งผลต่อการช่วยพัฒนาระบบบริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว รองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น

แต่หลายๆโรงพยาบาลผู้บริหาร คนทำงานก็ยังคิดและทำงานบนวิธีการแบบเดิมๆ.. คำพูดติดปากที่ได้ยินบ่อยๆ คือ มันดีอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องไปปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไรให้มันยุ่งยาก  ทำไม่ได้ ฯลฯ เราจึงมักเห็นสภาวะที่องค์กร หรือคนทำงานต้องเหนื่อย เครียด หรือประสบปัญหาจากการถูกความเปลี่ยนแปลงไล่ล่า เพราะมองไม่เห็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น..

หากคิดว่าองค์กรของเราทำงานดีอยู่แล้ว บุคลากรของเราก็เก่งอยู่แล้ว แค่คงไม่พอ ไม่งั้นระบบคุณภาพคงไม่ถามคำถามสำคัญว่า วิสัยทัศน์ขององค์กรคืออะไร? หลายๆองค์กรจึงมีไว้เป็นประโยคเท่ห์ๆให้ดูฟังเลิศหรู..

ทั้งๆที่วิสัยทัศน์ คือ การมองอนาคตที่รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ..

ความสุขสบายกับระบบเดิมๆ กับสิ่งที่คุ้นเคย มักทำให้เกิดความรู้สึกเฉยชา และเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่ดีอยู่แล้ว เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว องค์กรหลายแห่งจึงไม่เคยคิดอัพเกรดเพื่อสร้างคุณค่า และไม่เคยเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ดร.เทียม โชควัฒนา ได้ให้ปรัชญาการทำงานและการดำเนินชีวิตไว้อย่างน่าสนใจว่า
" แค่หยุดอยู่กับที่ ก็กลายเป็นผู้ล้าหลัง นักธุรกิจต้องเป็นคนไม่หยุดนิ่งเพียงวันนี้ แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย ทันโลก พร้อมที่จะก้าวสู่วันพรุ่งนี้ได้เสมอ.."

บันทึกให้กำลังใจตัวเองไว้วันนี้ว่า..
จงมองให้กว้าง ..  มองให้ไกล
อ่านให้ขาด แม้ว่าสถานการณ์ทุกอย่างยังเป็นปกติ..
.............................................................................................................................................

หมายเหตุ  ในปี 2002 ศาสตราจารย์ด้านสัตวิทยา Dr. Victor H. Hutchison ได้ทดลองเอากบไปต้มจริงๆ  และเขาเฉลยว่า ทฤษฏีต้มกบเป็นเรื่องไม่่ถูกต้อง! เพราะกบมันเป็นสัตว์เลือดเย็น หากคุณต้มน้ำให้อุณหภูมิน้ำเพิ่มขึ้น 1.1 °C ต่อนาที กบก็พร้อมจะกระโดดหนีตายกันแล้ว ไม่จำเป็นให้อุณหภูมิสูงขึ้นถึงจุดอันตราย ทางเดียวที่กบจะอยู่ในหม้อ คือ คุณต้องปิดฝาหม้อเพื่อต้มมัน..

ตลกร้าย หลายคนดันปิดฝาหม้อโดยไม่รู้ว่ากำลังต้มตัวเอง  โอ๊บ โอ๊บ..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น