แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่าเร้าพลัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่าเร้าพลัง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

(คุณ)พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง..(แค่ไหน?)

มีทฤษฎีที่พูดถึง ความเคยชิน..จนชินชา ที่ผมชอบมากเรื่องหนึ่ง คือเรื่องทฤษฎีต้มกบ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่มีคนมากมายนำมาอธิบายเกี่ยวกับพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงว่า และได้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า
 "การเปลี่ยนแปลง..แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป” เป็นการเปลี่ยนแปลงที่อันตรายที่สุด

เพราะมันทำให้คนส่วนใหญ่ตกหลุมลับ/ลวง/พรางจนคิดว่าสามารถเอาอยู่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้
บางคนอาจจะทันสังเกตุเห็น
หรือ บางคน...รู้สึกคุ้นชินกับมัน...
แต่ที่ตลกร้าย บางคนเฉย จนเฉี่อยชา มองเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ใส่ใจ

สุดท้าย...
การเปลี่ยนแปลงนั้นถึงจุดที่เราไม่สามารถรับมือได้ เพราะว่า..ทุกสิ่งทุกอย่างก็อาจสายเกินไป..

..............................................................................................................................................

นักวิชาการชาวไอริชผู้หนึ่งนามชื่อ Tichyand Sherman (1993) เขาได้เสนอแนวคิดทฤษฎีโดยการทดลองนำกบมาต้มเพื่อจะศึกษาปฏิกิริยาตอบสนองของกบ  โดยหม้อน้ำที่ชาวไอริชนำมาใช้ทดลองนั้นใส่น้ำต่างกัน ใบแรกเป็นใส่น้ำร้อนจัด ใบที่สองเป็นใส่น้ำที่อุ่นสบายๆ และค่อยๆ ทำให้อุ่นขึ้นจนเดือด เขาได้ทดลองโดยนำกบมา 2 ตัว โดยกบตัวแรกเขาเอากบเข้าไปใกล้ๆหม้อน้ำร้อน เพื่อทำให้มันรู้ว่าน้ำที่อยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็น “น้ำร้อน” นะเฟ้ย  จากนั้นเขาปล่อยเจ้ากบตัวนั้นลงไปในหม้อน้ำร้อน
ผลคือ เจ้ากบก็กระโดดตัวลอยขึ้นจากหม้อ ทันทีที่เท้าของมันสัมผัสกับผิวน้ำในหม้อ

ส่วนกบอีกตัว เขานำกบมาปล่อยลงในหม้อใบที่สอง  ซึ่งมีน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ
เจ้ากบตัวนี้เมื่อมันลงไปในหม้อมันก็ปล่อยตัวนอนเล่นตามสบาย ไม่ได้พยายามตะเกียกตะกายหนีขึ้นมาจากหม้อ โดยหารู้ไม่ว่า..อันตรายที่กำลังเข้ามาเยือน เมื่อน้ำในหม้อเริ่มร้อนขึ้นทีละน้อยๆ มันก็ยังใช้ชีวิตสบายๆของมันอยู่ในหม้อใบนั้น
กว่ามันเริ่มรู้สึกว่าน้ำนั้นเริ่มร้อนมากเกินไป มันก็กลายเป็นกบถูกต้มไปเรียบร้อยแล้ว 
..................................................................................................................................................

หลายปีที่ผ่านมา..
มีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านสาธารณสุขที่รวดเร็วอย่างมาก เทคโนโลยีดิจิตัลเข้ามามีบทบาทแทนระบบอนาล็อก ซึ่งส่งผลต่อการช่วยพัฒนาระบบบริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว รองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น

แต่หลายๆโรงพยาบาลผู้บริหาร คนทำงานก็ยังคิดและทำงานบนวิธีการแบบเดิมๆ.. คำพูดติดปากที่ได้ยินบ่อยๆ คือ มันดีอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องไปปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไรให้มันยุ่งยาก  ทำไม่ได้ ฯลฯ เราจึงมักเห็นสภาวะที่องค์กร หรือคนทำงานต้องเหนื่อย เครียด หรือประสบปัญหาจากการถูกความเปลี่ยนแปลงไล่ล่า เพราะมองไม่เห็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น..

หากคิดว่าองค์กรของเราทำงานดีอยู่แล้ว บุคลากรของเราก็เก่งอยู่แล้ว แค่คงไม่พอ ไม่งั้นระบบคุณภาพคงไม่ถามคำถามสำคัญว่า วิสัยทัศน์ขององค์กรคืออะไร? หลายๆองค์กรจึงมีไว้เป็นประโยคเท่ห์ๆให้ดูฟังเลิศหรู..

ทั้งๆที่วิสัยทัศน์ คือ การมองอนาคตที่รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ..

ความสุขสบายกับระบบเดิมๆ กับสิ่งที่คุ้นเคย มักทำให้เกิดความรู้สึกเฉยชา และเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่ดีอยู่แล้ว เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว องค์กรหลายแห่งจึงไม่เคยคิดอัพเกรดเพื่อสร้างคุณค่า และไม่เคยเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ดร.เทียม โชควัฒนา ได้ให้ปรัชญาการทำงานและการดำเนินชีวิตไว้อย่างน่าสนใจว่า
" แค่หยุดอยู่กับที่ ก็กลายเป็นผู้ล้าหลัง นักธุรกิจต้องเป็นคนไม่หยุดนิ่งเพียงวันนี้ แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย ทันโลก พร้อมที่จะก้าวสู่วันพรุ่งนี้ได้เสมอ.."

บันทึกให้กำลังใจตัวเองไว้วันนี้ว่า..
จงมองให้กว้าง ..  มองให้ไกล
อ่านให้ขาด แม้ว่าสถานการณ์ทุกอย่างยังเป็นปกติ..
.............................................................................................................................................

หมายเหตุ  ในปี 2002 ศาสตราจารย์ด้านสัตวิทยา Dr. Victor H. Hutchison ได้ทดลองเอากบไปต้มจริงๆ  และเขาเฉลยว่า ทฤษฏีต้มกบเป็นเรื่องไม่่ถูกต้อง! เพราะกบมันเป็นสัตว์เลือดเย็น หากคุณต้มน้ำให้อุณหภูมิน้ำเพิ่มขึ้น 1.1 °C ต่อนาที กบก็พร้อมจะกระโดดหนีตายกันแล้ว ไม่จำเป็นให้อุณหภูมิสูงขึ้นถึงจุดอันตราย ทางเดียวที่กบจะอยู่ในหม้อ คือ คุณต้องปิดฝาหม้อเพื่อต้มมัน..

ตลกร้าย หลายคนดันปิดฝาหม้อโดยไม่รู้ว่ากำลังต้มตัวเอง  โอ๊บ โอ๊บ..

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

ณ โรงพยาบาลเลย ตอนที่ 2


30 มิถุนายน 56

สมาชิกเครือข่าย ที่เดินทางไกลจากหลายจังหวัดเริ่มทยอยเดินทางมาถึงที่พัก ไม่ว่าจะเป็นพี่บี้ ตั้ม จาก ,จ๋อง,ต้อม ทีมจังหวัดสกลนคร นง จากจังหวัดอำนาจเจริญ, ปิ๊ก,พี่สังเวียน ทีมจากชัยภูมิ 

อุ้ม ,แบงค์ ทีมจากจังหวัดขอนแก่น จากจังหวัดอุดรอีกหนึ่งท่าน  และอ.บอยและบอดี้การ์ดประจำตัวจากจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งทีมสุดท้ายนี้น่าจะเดินทางมาไกลที่สุด พวกเรามีนัดหมายประชุมพร้อมกันในช่วงหกโมงเย็น ร่วมกับทีมจังหวัดเลยที่จะเดินทางมาสมทบ โดยมีกำหนดการคร่าวๆคือ หลังจากที่สมาชิกส่วนใหญ่เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลเลยเรียบร้อย ทางทีม Admin รพ.เลยจะพาไปแนะนำสถานที่ตามหน่วยงานต่างๆที่แต่ละคนต้องแยกย้ายกันไปประจำในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่จะกลับมารับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่ห้องคอมพิวเตอร์ ชั้น 3 และประชุมสรุปความพร้อมกันในช่วงยกสุดท้าย

คุณหมอสมยุทธ ประธานคณะทำงานได้กล่าวต้อนรับและขอบคุณทีมงานที่ได้เสียสละเวลามาช่วยโรงพยาบาลเลยขึ้นระบบ HOSxPในครั้งนี้ และได้ชี้แจงข้อมูลพื้นฐานของโรงพยาบาลเลย รวมถึง Flow ระบบงานหลักๆ การติดต่อสื่อสาร สถานที่ในการปฏิบัติงาน ของคณะทำงานในครั้งนี้ รวมถึงบทบาทหน้าที่ของทีมงานแต่ละคนที่จะต้องไปอยู่ประจำตามจุดบริการต่างๆ

เนื่องจากทีมงานที่มาช่วย มาน้อยกว่าที่แจ้งรายชื่อไว้ ทำให้ทางทีมอำนวยการต้องปรับแผนการวางคนประจำตามจุดใหม่ โดยขอให้พี่โก้ลงมาช่วยดูที่แผนกผู้ป่วยนอกชั้นล่าง ซึ่งคิดว่าน่าจะวุ่นวายที่สุด ส่วนชั้นสอง ทีมงานคนอื่นๆ คงเอาอยู่ ที่น่าเป็นห่วงอีกจุดคือ PCUที่อยู่นอกโรงพยาบาล ซึ่งมีระบบงานคล้ายโรงพยาบาลขนาดย่อมๆ ต้องการคนที่ครบเครื่องเรื่อง HOSxP+HOSxP PCU อย่างมาก และคงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่า อ.บอยที่เก่งทั้งบู๊และบุ๋น ช่วยรับหน้าที่สำคัญตรงนี้

ช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเปลี่ยนผ่านระบบ จาก HOMc เป็น HOSxP ทีมงานช่วยกันตรวจสอบฐานข้อมูลและแบบฟอร์มต่างๆ ทีมงานบางส่วนตรวจสอบความพร้อมของ  Hardwareและระบบ Network ส่วนทีม ICT จังหวัดเลย บางคนขอตัวกลับไปพัก เพื่อที่จะเดินทางมาใหม่ในวันพรุ่งนี้

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่หลายๆคน พักผ่อนนอนหลับ กันแล้ว แต่สำหรับความเจ็บไข้ได้ป่วยดูเหมือนว่าจะไม่เคยเลือกช่วงเวลา ยังมีคนไข้มาตรวจรักษาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเลยกันอย่างต่อเนื่อง


 1 กรกฎาคม 2556 : 00:00 น.
คนไข้รายแรกถูกส่งตรวจจาก HOSxP ไม่มีปัญหาทุกอย่างดูราบเรียบกว่าที่คิด รายที่สอง สาม สี่ ห้า ... และดูเหมือนว่าเราน่าจะผ่านไปด้วยด้วย A+

คลื่นลมสงบ ท้องทะเลราบเรียบ ตะเกียบครบคู่ ประเมินดูแล้วคิดว่า.. ก็น่าจะเอาอยู่ พวกเราจึงปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป ได้เวลาไปนอนกันซะที... เพราะตอนนี้เริ่มเป็นคนสามหาวกันแล้ว




05:00 น.
ผมนอนหลับๆ ตื่นๆ เป็นอาการไม่ปกติเท่าไหร่ สำหรับคนที่หลับง่าย กรนง่าย อย่างผม แต่การมาหลับนอนในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย บวกกับความตื่นเต้นกับอนาคต(ของ รพ.เลย)ที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำให้ผมตื่นก่อนเวลาปลุกของนาฬิกาที่ตั้งเอาไว้ รู้สึกง่วงและเพลียอย่างเหลือหลาย เพราะเมื่อคืนกว่าจะข่มตานอนลงได้ต้องใช้ใจขึ้นไปขย่มตาอยู่หลายที

7 โมงกว่าๆ ทีมงานเริ่มเข้าประจำจุดบริการตามแผน ช่วงแรกๆ คนไข้ยังทยอยมากันเรื่อยๆ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ห้องบัตรวันนี้ขึ้นทำงานกันแบบ Full option  เดิมทีจุดห้องบัตรทีมประเมินว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะนี้มีการซักซ้อมการใช้งาน HOSxP กันเป็นอย่างดี และแต่ละคนก็เป็นมือคีย์บอร์ดที่พลิ้วกันทั้งนั้น แต่เนื่องจากมีการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่องไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยน HNใหม่ จัดทำปกแฟ้มใหม่ การลงทะเบียนที่พยายามเก็บข้อมูลประวัติให้ครบถ้วนฯลฯ ทำให้ใช้เวลาต่อการลงทะเบียนคนไข้แต่ละรายพอสมควร และทำให้เกิดปัญหาคนไข้รอแถวรอทำบัตร คิวยาววววววว..มาก






08.00 น.
ความโกลาหลเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากคนไข้นัดหลายราย ถูกส่งกลับมาที่ห้องบัตร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการแต่ละแผนกหา OPD Card ผู้ป่วยไม่พบ คนไข้หลายคนที่มาแต่เช้าต้องมารอเข้าคิวใหม่ ความไม่พอใจเริ่มสะสมไมล์อารมณ์บูดๆ ดูได้จากสีหน้า ท่าทาง แววตา และน้ำเสียง ..

ธรรมดาแหละครับ อุตสาห์มารอตรวจตั้งแต่เช้า แถมโดนเจ้าหน้าที่ให้เดินขึ้นเดินลง เดินไปฝ่ายโน้น เจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้มาฝ่ายนี้ เดินมาเดินไป เป็นใครก็คงเครียดดดดดด  แหละครับ

12.00 น.
ครึ่งวันแรกของ HOSxP ที่โรงพยาบาลเลย ช่วงเช้าวันนี้ ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน..


กินไป คุยกันไป ระหว่างรับประทานอาหาร


14.00 น.
ในช่วงบ่ายเริ่มจะเข้าที่เข้าทาง  FLOW ไหลลื่นไปได้ด้วยดี วันนี้คงมีคนไข้และญาติหลายคนบ่นเรื่องมารอตรวจนานมากกกกกกกกกก  เป็นธรรมดาแหละครับ แต่จะว่าไปถือว่าเล็กน้อยมากสำหรับ รพ.ขนาดใหญ่ ที่เจอปัญหาแค่นี้  เพราะปัญหาส่วนใหญ่เลยเกิดจาก user ที่ไม่ชำนาญการใช้งาน ถ้าฝึกการใช้งาน HOSxP มาให้ดีก่อนหน้านี้ ปัญหานี้แทบจะผ่านไปได้แบบฉลุย 

ช่วงบ่ายทางทีมได้แจ้งขอเชิญประชุมหัวหน้าฝ่าย หัวหน้างานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบปัญหาการใช้งาน และเสียงสะท้อนนนนนน.. จาก user  ผมและทีมนำนั่งรับฟังปัญหาและจดบันทึกข้อมูลต่างๆ อย่างตั้งใจ และทำหน้าที่แค่กล่าวปิดท้ายและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่มาร่วมประชุม..
หลังจากจบการประชุม..

มีน้องๆ บางคนถามว่า ทำไมผมไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม เพราะหลายปัญหา แสดงว่าผู้ใช้ยังไม่เข้าใจ
ผมตอบไปว่า ในช่วงเวลาอย่างนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการนั่งรับฟัง..

ถ้าถามผมว่าแล้วเจออะไรหนักๆอะไรบ้างหรือเปล่า ตอบยากจุงเบยครับ
เพราะนั่นหมายความว่า ถ้าอยากได้คำตอบจริงๆผมคงต้องเขียนประมาณ 2-3 หน้ากระดาษเอ 4 เพื่ออธิบายให้ทุกท่านได้เข้าใจ..มั้งครับ (ฮา)

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด HOSxP ที่โรงพยาบาลเลยก็ไม่ง่ายฉันนั้นแหละครับ..

16.00 น. 
เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เลิกงาน เดินทางกลับบ้านกันแล้ว..
แต่สำหรับดรีมทีม ยังคงมีงานที่ต้องแก้ไขกันอีกหลายประเด็น
ยามเหนื่อยกาย เหนื่อยใจแบบนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่ากำลังใจจากคนรอบข้างนะครับ ผมมองดูพี่ เพื่อน น้องๆ ที่มาช่วยงานกัน ที่แหละกำลังใจจากคนที่รักและเข้าใจงานอย่างพวกเรา ทีมคีย์แมนหลักๆของ รพ.เลย ที่ร่วมเริ่มต้นเตาะแตะกันมาตั้งแต่เริ่มแรก ผมรู้ว่าท่านเองก็ เหนื่อย ท้อ บ่อยครั้งที่กำลังใจถูกบั่นทอนหายไประหว่างทาง  แต่เวลาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทีมโรงพยาบาลเลย ไม่เป็นสองรองใคร..




2 กรกฎาคม 2556 00:01 น.
เวลาล่วงเลยเข้าสู่เช้าวันใหม่ แต่พวกเราหลายคนยังคงนั่งทำงานกันต่อ..

ณ โรงพยาบาลเลยในราตรีนี้ ยังคงอีกยาวนาน



** กำลังใจจาก user **
...............................................................................................................................................................

**เป็นกำลังใจให้ทีม hosxp รพ เลย นะคะ **
ถึงแม้ว่าจะหงุดหงิดในช่วงแรกเนื่องจากเป็นของใหม่ที่เรายังใช้ไม่เป็น ทำให้หาโน่นหานี่ไม่เจอ จึงต้องรบกวนทีมศูนย์คอมบ่อยๆ แต่ที่ถามบ่อยๆ อยากให้ทีมเข้าใจว่า เพราะเราพร้อมที่จะเรียนรู้ใช้งาน hosxp ให้มีประสิทธิภาพมากสุด
วันนี้พอจะเริ่มคล่องบ้างแล้ว มาพิจารณาopd card ที่print ออกมา รู้สึกว่ามันperfect มาก มีครบทุกอย่างในนั้น
อยากขอบคุณทีมงานทุกคน ที่กล้าเปลี่ยนแปลง และทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่อันนี้ คุณและทีมได้ทำประโยชน์ให้ รพ และคนไข้มากมาย เป็นการ lean ที่แท้จริง
ชมจากใจๆจริงค่ะ 

................................................................................................................................................................





วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ณ โรงพยาบาลเลย..ตอน 1

เดือนมิถุนายน 2556 ก่อนขึ้นระบบ HOSxP ที่โรงพยาบาลเลย 

ผม อาร์ม และทีมแอดมิน ICTจังหวัด ยังคงเดินทาง หมุนเวียน สัญจรไปช่วยโรงพยาบาลต่างๆในเขตจังหวัดเลยแทบทุกสัปดาห์ นี่ถ้าเป็นวงดนตรีลูกทุ่งเดินสายเปิดการแสดง คงเป็นช่วงที่เขาเรียกว่าขาขึ้นเพราะมีงานเข้าเกือบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์สุดท้าย ผมใช้เวลาอยู่ที่ทำงานเพียง 1วัน นอกนั้นเดินทางไปกลับด่านซ้าย-เมืองเลยเป็นว่าเล่น และงานทุกอย่างดูเหมือนว่าจะมาแรงแซงโค้งกันในช่วงสุดท้าย..นี่เอง

แผนงานที่วางไว้ กลายเป็นแพลนนิ่งๆมาหลายเดือนไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย ทั้งๆเป็นเรื่องเกี่ยวข้องโดยตรงกับทุกฝ่ายงาน แต่ผู้รับกรรม เอ่อ ที่จริงต้องใช้คำว่า "เจ้าภาพ"ผู้ชอบรับงานผิดจะเหมาะกว่า(ฮา) เพราะปัญหาเกือบทุกอย่างจะถูกโยนมาให้ศูนย์คอมพิวเตอร์ ด้วยข้อหาที่คาดว่าน่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด แต่ก็นั่นแหละครับ ทีมนี้กว่าจะดันเรื่องของ Hardware Network ให้ผ่านจนได้ของมาใช้งาน ก็จวนเจียนเฉียดฉิวกับวันขึ้นระบบเต็มที แถมมีข่าวดีว่าโต๊ะคอมพิวเตอร์จะได้เร็วที่สุดอีก 3 สัปดาห์ ซึ่งหมายความว่านั่นคือ ต้องผ่านการขึ้นระบบไปแล้วเกือบๆ เดือน

เป็นธรรมดาครับสำหรับปัญหาการเตรียมความ(ไม่)พร้อมขององค์กรไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ที่แตกต่างกันแค่ขนาดของปัญหาแต่ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่คล้ายๆกัน

การเดินทางไกลของ Dream Team

แม้จะหนาวๆร้อนๆกับสภาพอากาศ และใจตุ๋มๆต่อมๆอยู่บ้างกับการขึ้นระบบให้กับโรงพยาบาลทั่วไปในอีกไม่กี่เพลาข้างหน้า แต่ก็อุ่นใจครับที่มีพี่ เพื่อน และน้องๆ ร่วมเครือข่ายตอบรับมาช่วยกันอย่างมากมาย ทำให้ทีมจังหวัดเลยไม่โดดเดี่ยวเหี่ยวแห้งโฮมอะโลน ซึ่งต้องขอขอบคุณซุปเปอร์ฮีโร่ทุกท่านและอีกหลายท่านที่ผมไม่ได้ทำภาพซุปเปอร์ฮีโร่ไว้ให้



พูดถึงเรื่องภาพชุด  Dream.Team.ที่ตั้งใจทำออกมาในแนวซุปเปอร์ฮีโร่แบบนี้ แรกเริ่มเดิมทีผมทำเพื่อประชาสัมพันธ์การเตรียมขึ้นระบบของโรงพยาบาลเลยให้สมาชิกได้ทราบ คิดว่าจะทำเป็นแบบป้าย แบนเนอร์ข้อความประชาสัมพันธ์ธรรมดาแต่ดูแล้วคงไม่น่าสนใจ อยากทำอะไรๆที่มีสีสันดูบ้าง ผมจึงลองทำเป็นภาพตัดต่อซึ่งพอจะมีทักษะฝีมืออันน้อยนิดอยู่บ้าง และใช้เวลาในช่วงที่สมองตื้อๆ คิดอะไรไม่ออก ตัดแต่ง ตัดต่อภาพเล่นไปเรื่อยได้ความเพลิดเพลินใจไปอีกแบบ และเริ่มสนุกกับการที่ได้เอาภาพของสมาชิกหลายๆคนมาตัดต่อแต่งในรูปแบบของซุปเปอร์ฮีโร่เข้าไป ตั้งใจว่าจะทำให้ทุกท่านแหละครับ แต่พอไปควานหาภาพต้นฉบับที่พอจะหาได้จากใน Facebook ต้องเลือกดูกันจนตาแฉะ เพราะบางท่านมีภาพให้เลือกเยอะมากแต่เอามาแต่งยากกับภาพต้นฉบับ บางท่านถ้ามีดันเป็นภาพขนาดเล็กเกินไปหรือแทบจะไม่มีให้เลือก

งานเล็กๆเหล่านี้เป็นความสนุกสนานระหว่างทาง และเป็นความประทับใจส่วนตัวสำหรับผมครับ


ซักซ้อมทำความเข้าใจ 

บ่งตง! ส่วนตัวผมไม่หนักใจในเรื่องของ Hardware หรือระบบ Network ของโรงพยาบาลเลย เท่าไหร่นัก เพราะเชื่อว่าถึงแม้ทีมงานจะไม่มีใครชื่อปู แต่รู้ว่า "เอาอยู่" ในส่วนของ Software อย่าง HOSxP ด้วยแล้ว ผมมั่นใจว่าทีมเรามีของดีจริงๆ

จุดที่ผมกังวัลใจและคิดว่าจุดอ่อน ถ้าหากไม่วางแผนให้ดีๆมีหวังเละเป็นโจ๊ก และผมคิดว่านี่คือตัวชี้วัด ว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่านสำหรับงานวันแรกของการขึ้นระบบ คือ งานเวชระเบียน,OPD ห้องตรวจ ห้องแล๊ป เอกเรย์ ห้องยา และการเงิน
การพูดคุยซักซ้อม ทำความเข้าใจกับหัวหน้าฝ่าย/หัวหน้างาน จึงเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญและทุ่มเทกับงานตรงนี้มากที่สุด "ยิ่งคุยกัน ยิ่งเข้าใจ"ใครๆเขาว่ากันแบบนั้น  หน้าที่ประจำของผมจึงเป็นยิ่งกว่าวู้ดดีเกิดมาคุย คุยเพื่อให้ตัวผมเองเข้าใจภาพรวมที่ทางทีมโรงพยาบาลเลย ก่อนที่จะต้องนำไปสรุปให้ทีมเครือข่ายฟังอีกครั้ง

ใช้ภาพฝัน..นำทาง

ไม่ต้องใช้ริว จิตสัมผัสมาช่วยบอก ก็พอจะคาดเดาได้ว่าวันขึ้นระบบจริงๆ จะวุ่นวายแค่ไหน และอาจเป็นไปได้ทั้งแบบโชว์สวยหรือโชว์ห่วยขั้นเทพ  งานนี้ไม่มีโชคเป็นตัวช่วยครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่บนบานบอกว่าท่านไว้ ท่านคงแน่นอกขอบ๊ายบายเพราะไม่ได้รู้เรื่องไอทงไอทีแบบนี้ซะด้วย ไม่รู้จะช่วยยังไง  งานแบบนี้จึงต้องใช้ความฝันเป็นตัวนำทาง 

จินตนาการไปครับว่ามันจะดี อย่างโน้น ดีอย่างนี้..  

ผมฝันเกี่ยวกับการขึ้นระบบ HOSxP ให้กับโรงพยาบาลเลยมาเป็นปี ฝันต่อเนื่องแบบเป็นซีรีย์ด้วยอีกต่างหาก หลายเรื่องทำได้อย่างที่ฝันครับ แต่ก็มีบ้างที่บางอย่างเป็นฝันลมๆแล้งๆ  ช่วงแรกฝันอาจจะพร่ามัว ฝันเป็นตุเป็นตะ พอเอาจิกซอร์แห่งความฝันมาจัดเรียง เริ่มมองเห็นเป็นภาพที่แจ่มชัด ชัดพอที่จะเห็นว่าอนาคตไกล..ถ้ามีค่ารถ (ฮา)

เบื้องหลังภาพฝัน..

ผมเข้าๆออกๆโรงพยาบาลเลยเป็นว่าเล่น ในช่วงการเตรียมงาน ได้ถือโอกาสเดินเเยี่ยมชมโรงพยาบาลไปในหลายๆจุด ซึ่งถ้ามาในฐานะคนไข้คงไม่ได้มีโอกาสแบบนี้ โรงพยาบาลใหญ่มีหลายเรื่องที่เป็นจุดแข็งที่น่าสนใจ แต่ในบางเรื่องด้วยความที่เป็นโรงพยาบาลใหญ่ทำให้กลายเป็นจุดอ่อนที่มีความซับซ้อน และเชื่อมโยงกันหลายหน่วยงาน ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้กันที่ตรงไหน
ช่วงที่เตรียม Hardware และระบบNetworkคนที่ทำงานด้านไอทีคงรู้กันดีอยู่แล้วนะครับว่า งานแบบนี้จะมีคนกลุ่มเล็กๆอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องเหนื่อยมากๆ กับการที่ต้องตระเตรียมงานต่างๆให้เรียบร้อย พวกเขาเหล่านี้มีชื่อและตัวตนปรากฎในการรับรู้ของพวกเราน้อยมาก เป็นคนอยู่เบื้องหลังฉากที่ยากจะถูกมองเห็น

ในขณะที่ทีมรุก สามารถผลักดันให้งานหลายๆอย่างกำลังดำเนินไปข้างหน้าอย่างเต็มที่เด็มกำำลัง ซึ่งอาจจนอาจจะไม่ค่อยได้มองย้อนกลับมาข้างหลังกันบ่อยนัก
แต่พวกเราก็รู้ได้ว่า..
คนเหล่านี้ยืนหยัดอยู่เบื้องหลังเราเสมอ..



ก้าวออกจากพื้นที่คุ้นชิน

การพัฒนาระบบสารสนเทศในโรงพยาบาล ด้วยระบบไอทีใหม่ๆ มันเป็นอะไรที่ลำบากเหมือนกันนะครับ เพราะส่วนใหญ่ในโรงพยาบาล เป็นพื้นที่สำหรับการดูแลรักษาคนไข้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิต การเจ็บป่วย และความเป็นความตาย

ทำงานแบบเดิมๆ กันเป็นประจำ จนคุ้นชินกับพื้นที่และวิธีการทำงาน ทำให้หลายคนรู้สึกปลอดภัย และน้อยคนนัก ที่อยากจะยอมก้าวออกมาเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

แน่นอนครับว่าเมื่อกระแส HOSxP เข้าไปในโรงพยาบาลเลยครั้งแรกๆ คนที่ชอบ หรือคนที่จะบอกว่าโปรแกรมนี้ดีดีคงมีน้อยมาก และเป็นธรรมดาของการรับรู้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าจะต้องวุ่นวาย ยุ่งยาก  ลำบากต่อการทำงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผมก็ตั้งใจให้เกิดความปั่นป่วนแบบนั้นจริงๆ เพราะอย่างน้อย เราสามารถเอาคำว่า HOSxP เป็นหัวข้อในการสนสนทนาของคนทำงานในโรงพยาบาลเลยมากขึ้น แต่ถ้าเป็นเพียงการสนทนาเฉยๆ คงจะไม่เท่าไหร่ สิ่งสำคัญคือว่ามันสามารถถ่ายทอดไปยังคนอื่นๆ ด้วยทัศนคติที่ดี และไม่ดี

ดังนั้น การฝึกอบรมที่ต้องเอาผู้ใช้มานั่งจิ้มๆ กดๆ พิมพ์โน้น กดนี่ ที่มีหน้าจอดูแล้ววุ่นวายและไม่ง่ายสำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่คล่อง แต่การลองก้าวเข้ามาเรียนรู้ของทีม แม้จะทำไม่ได้ทั้งหมดทุกคน แต่ผลกระทบที่ผมอยากให้เกิดคือ การรับรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น และมันยุ่งยากแค่ไหนหากไม่เตรียมตัวเตรียมใจ โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า สำหรับผู้ใช้งานเมื่อได้สัมผัสและทดลองใช้ HOSxP จะมีทัศนคติที่ดีกับระบบไอทีมากขึ้น เพราะ HOSxP ผ่านการสั่งสมประสบการณ์ของคนทำงานในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ

แน่นอนครับ
แม้ว่าบางอย่างใน HOSxP อาจจะไม่โดนใจ แต่โดยรวมส่วนใหญ่ มัน ใช่เลย!

ผมชอบภาพถ่าย บรรยากาศการฝึกซ้อมของทีมโรงพยาบาลเลยหลายภาพ เป็นบรรยากาศทำให้ผมได้รับรู้ความเป็นตัวตนของคนในโรงพยาบาลมากขึ้น และพยายามที่จะให้ทีมงานถ่ายและโพสต์ภาพเหล่านี้ไว้
เพราะเมื่อเวลาผ่านไป..
เราอาจหลงๆลืมๆไปว่า ที่ผ่านมาว่าเราได้พยายามกันแค่ไหน ในการก้าวออกจากพื้นที่คุ้นชิน..





ณ สนามบินเมืองเลย

ผมขับรถไปรับอาร์มที่บ้าน พร้อมสัมภาระที่จะต้องไปนอนค้างที่โรงพยาบาลเลย ระหว่างทางอาร์มเล่าให้ฟังเกี่ยวกับลูกสาวที่ชื่อนะโมว่า 
"นะโมร้องไห้ ไม่อยากคุยกับลุงโด้ และถามแม่ว่า..ทำไมลุงโด้ต้องเอาพ่อไปด้วย "  เป็นความคิดน่ารักๆ และใสซื่อสำหรับเด็ก ผมฟังแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม ได้แต่คิดในใจว่าสงสัยคราวหน้าต้องหาทางตีซื้ด้วยการซื้อตุ๊กตาไปฝากซะแล้ววว

ผมไปถึงที่สนามบินเมืองเลยก่อนเวลาเครื่องลงครึ่งชั่วโมง เพื่อรอรับซุปเปอร์ฮีโร่ในดวงใจที่จะบินมาถึงเป็นคนแรก  

พี่..ที่มีแต่ให้สำหรับน้องๆทุกคน 
ซุปเปอร์ฮีโร่ พี่โก้ อุดมโชค สมหวัง รักในหลวง.. 






วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กรุณา อ่านให้จบ...

22.00 น. รถทัวร์ ภูเรือ-กรุงเทพฯ

รถทัวร์สาย ภูเรือ-กรุงเทพฯ จอดรอรับผู้โดยสาร เลขที่นั่ง 2D ชิดริมหน้าต่างคือที่นั่งของผม จุดหมายปลายทางคือ สถานีขนส่งหมอชิต กรุงเทพเมืองฟ้าอมรฯ..   หลังจากพนักงานต้อนรับแจกขนมปังและน้ำดื่มเสร็จสรรพเรียบร้อย แสงไฟภายในตัวรถเริ่มมืดมิด ผมไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะแจกขนมทำไมตอนสี่ทุ่ม แจกแล้วดันปิดไฟ จะให้ผมกินยังไงไม่ทราบ..

กว่า 6 ชั่วโมงในการเดินทาง ผมหลับๆ ตื่นๆ และเบลอๆ เพราะที่นั่งบนรถทัวร์ไม่ใช่เตียงขนาด 6 ฟุตที่จะนอนได้สบายนัก หวังว่าผมคงไม่กรนจนรบกวนผู้โดยสารคนที่นั่งข้างๆ  และหวังยิ่งกว่านั่นคือการเดินทางไปกลับอย่างปลอดภัย สาธุ๊...

05.00 น. หมอชิต 2
เสียงพนักงานประกาศแจ้งเตือนว่ารถใกล้ถึงจุดหมายปลายทางให้สำรวจสัมภาระ ผมตรวจดูกระเป่าสตางค์ แว่นตา โทรศัพท์ ทุกอย่างยังอยู่ครบ จึงรีบลงจากรถโดยไม่ลังเลเพื่อเดินทางเข้าที่พักหวังว่าจะได้หลับอีกซักงีบจริงๆก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมสำคัญในนามตัวแทน(จำเป็น)ของโรงพยาบาล กับสมาชิกอีก 4 ท่าน..

09.00 น. มุ่งสู่ บริษัทบางกอกเมดิคอลซอฟท์แวร์ 
ไม่เกี่ยวกับฤกษ์ยาม แต่เกี่ยวกับเวลานัดหมาย เก้าโมงกว่าๆ ตัวแทนจากโรงพยาบาล บริษัทน้ำยา และบริษัท LIS พร้อมกันที่ห้องประชุมของบริษัท BMS ตอนที่ผมเดินทางไปถึงอาจารย์ชัยพรนั่งรอทุกคนอยู่ก่อนหน้าแล้ว พวกเรารอกันอีกพักใหญ่ๆ ก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการและเริ่มการเจรจา.. ซึ่งเป็นการเจรจาที่ยากที่จะหาข้อยุติ เพราะฝ่ายต่างคงมีธงตั้งไว้อยู่ในใจกันเรียบร้อยแล้ว
  • บริษัท BMS คงอยากให้ LIS เชื่อมต่อผ่าน BMS gateway ให้ทุกโรงพยาบาลโดยเร็ว และรีบติดต่อเพื่อวางแผนการติดตั้งระบบ 
  • บริษัท LIS และบริษัทน้ำยา คงอยากแก้ปัญหาเรื่องการชำระค่าเชื่อมต่อย้อนหลังสำหรับโรงพยาบาลที่ติดตั้งระบบ LISไปแล้ว ทั้งอยากจ่ายให้น้อย หรือยืดระยะเวลาในการจ่ายออกไป หรือถ้าเป็นไปได้ไม่จ่ายเลยได้คงจะดี 
  • โรงพยาบาล ไม่อยากจ่ายเงิน และไม่อยากให้ล๊อคการแสดงผล Lab 
เมื่อสร้างดาวในฝันกันคนละดวง แค่นึกก็หนักใจแล้วนะครับว่าจะคุยกันยังไง ถึงจะบรรลุเป้าหมายร่วมกันทุกฝ่าย แต่ก่อนจะพูดถึงรายละเอียดของการสนทนา ผมมีข้อมูลที่ต้องทำความเข้าใจกับทุกท่านกันอีกครั้งดังนี้ครับ

..................................................................................................................................................................
1.การรายงานผลแล็บและ LIS


รูปที่ 1 กรณีโรงพยาบาลที่ยังไม่ใช้ LIS

โรงพยาบาลที่ยังไม่ใช้ LIS การรายงานผลตรวจแล็บจากเครื่องตรวจวิเคราะห์ คงใช้วิธีแบบเก่า คือ พิมพ์รายงานผลจากเครื่องตรวจออกมา แล้วนำผลมาบันทึกในโปรแกรม HOSxPเสร็จแล้วยืนยันผลเข้าไป แค่นี้แพทย์สามารถดูผลแล็บผ่านโปรแกรม HOSxP ได้ทันที แต่วิธีแบบนี้ในมาตรฐาน LA เขาบอกว่า แหมมันอาจจะมี error จากคนคีย์ข้อมูลได้ แถมยังเป็นภาระงานอันหนักหน่วงของเจ้าหน้าที่ห้องแล็บ อย่ากระนั้นเลย ควรจะมีระบบ LIS  ที่สามารถนำผลจากเครื่องตรวจวิเคราะห์ส่งตรงไปยัง HIS ได้เลยโดยที่ไม่ต้องมาคีย์ผลกันให้เมื่อยมือกันอีกต่อไป จึงเป็นที่มาของการติดตั้งระบบ LIS


รูปที่ 2 โรงพยาบาลที่มีระบบ LIS

บริษัท LIS มีทั้งเป็นบริษัทเอกเทศ และเป็นบริษัทลูกของบริษัทน้ำยา บริษัทกลุ่มนี้เขาจะพัฒนาโปรแกรมที่เชื่อมต่อจากเครื่องตรวจวิเคราะห์ และแปลผลออกมาเพื่อส่งเข้าไปในฐานข้อมูลของ HOSxP โดยตรง  ซึ่งหากโรงพยาบาลต้องการติดตั้งระบบ LIS จะต้องติดต่อบริษัทเหล่านี้มาทำการเชื่อมต่อระบบโดยเขาก็จะคิดค่าค่าใช้จ่ายต่างๆ อยู่แล้ว แต่ในช่วงหลังๆ LIS กลายเป็นโปรโมชั่นในการนำเสนอให้กับโรงพยาบาลต่างๆ โดยบริษัทน้ำยาเขาจะมีระบบ LIS ให้พร้อมเลย ซึ่งบริษัท LIS เขาจะเสนอราคาให้บริษัทน้ำยา ประมาณนี้ครับ
  • ค่า Hardware (ถ้ามี)
  • ค่าเชื่อมต่อกับ HIS (ถ้ามี)
  • ค่าแรงงาน แรงใจ..
เมื่ือบริษัท LISเสนอค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปที่บริษัทน้ำยา บริษัทน้ำยาก็นำไปบวกลบคูณหาร และยื่นซองเสนอราคา เมื่อโรงพยาบาลเปิดซองประกวดราคาได้บริษัทน้ำยาเรียบร้อย ก็ไม่ต้องมาปวดหัววุ่นวายกับการไปติดต่อจ้างบริษัท LIS ถ้าคิดแบบเข้าใจกันง่ายๆ ค่าใช้ในส่วนของค่าเชื่อมต่อระบบกับ HIS คือเงินโรงพยาบาลทั้งนั้นแหละครับ เพียงแต่บริษัทน้ำยาเขาอำนวยความสะดวกให้ในชื่อที่เรียกกันว่า "โปรโมชั่น" และก็รวมค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จมาในข้อเสนอตอนยื่นซองประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว

แต่วิธีการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของบริษัท LIS ที่ผ่านมา เชื่อมต่อโดยตรงกับฐานข้อมูลของ HOSxP ซึ่งวิธีการเชื่อมต่อแบบนี้ อ.ชัยพรเป็นห่วงอย่างมาก เพราะอาจจะทำให้เกิดผลแล็บผิดพลาดแล้วกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตในภายหลังได้ จึงขอร้องแกมบังคับให้ใช้การเชื่อมต่อผ่านตัว BMS-Gateway ทุกโรงพยาบาล  โดยในเบื้องต้นได้ติดต่อประสานงานกับบริษัท LIS แต่ต่อมาทราบว่ามีบริษัทน้ำยาเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือดีมาก มาฟังคำชี้แจงกันไม่กี่แห่ง  และไม่ความคืบหน้ามากนักจากทาง LIS และบริษัทน้ำยาบางแห่ง  HOSxP เวอร์ชั่นเดือนกุมภาพันธ์ จึงวางมาตรการอารยะขัดแข็งโดยการปิดบังการแสดงผลแล็บ  เพื่อป้องกันไม่ให้แพทย์เห็นผลแล็บที่อาจจะผิดพลาดได้  จากการเชื่อมต่อโดยตรงที่ฐานข้อมูล  แต่ถึงกระนั้นก็ยังสามารถลงบันทึกผลแล็บตามปกติในแบบเดิมได้ เพียงแต่โรงพยาบาลต่างๆ คงไม่สะดวกและไม่อยากกลับไปทำแบบเดิม


รูปที่ 3 โรงพยาบาลที่มีระบบ LIS และถูกบล็อคการแสดงผล Lab

ถ้าดูจากภาพคงพอเข้าใจนะครับว่า มาตรการล๊อคการแสดงผลนั้นทำเพียงเพื่อไม่ให้แพทย์ดูผลจาก HOSxPเท่านั้น   เพราะว่าจากการเชื่อมต่อโดยตรงของ LIS ผลอาจจะผิดพลาดได้ และเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดูแลรักษาผู้ป่วยหากไม่แก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นหลักที่สำคัญ ที่ทาง อ.ชัยพรเป็นห่วง

..................................................................................................................................................................
2.ค่าเชื่อมต่อระบบของโรงพยาบาล

 ค่าเชื่อมต่อระบบสำหรับโรงพยาบาลต่างๆ ถ้าเป็นโรงพยาบาลที่จะเริ่มใช้ LISใหม่ๆหรือหลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ไม่ต้องห่วงครับว่าโรงพยาบาลจะไม่ได้จ่าย และอย่าคิดว่าบริษัทน้ำยาจ่ายให้ฟรี เพราะที่จริงแล้วก่อนที่บริษัทน้ำยาจะเสนอราคาให้โรงพยาบาล เขาจะต้องติดต่อขอราคาจากบริษัท LIS และบริษัท LIS ก็ต้องขอใบเสนอราคากับบริษัท BMS โดยสรุปแล้วก็เป็นเงินของโรงพยาบาลนั่นแหละครับที่จ่าย เพราะทั้งหมดเป็นต้นทุนที่บริษัทน้ำยาต้องนำไปบวกรวมแล้วมาคำนวนเพื่อคิดกำไรก่อนจะยื่นซองเสนอราคา เพียงแต่ทำรวมกันทั้งหมดเพื่อที่โรงพยาบาลไม่ต้องมาวุ่นวายจัดซื้อจัดจ้างกับระบบ LIS ต่างหาก

ส่วนค่าเชื่อมต่อระบบสำหรับโรงพยาบาลที่ใช้ระบบ LISก่อนหน้านี้แล้ว บริษัท BMSเหมาจ่ายในราคา 42,800บาท/โรงพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก  เพราะไม่ว่าจะอยู่ใกล้ไกล ได้ราคาเดียวกันหมด โดยค่าใช้จ่ายตรงนี้ เป็นค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าเบื้ยเลี้ยงของพนักงานบริษัท BMS ที่มาดำเนินการติดตั้งให้ ส่วนที่เหลือก็เป็นรายรับให้บริษัท BMS

ผมอยากให้ยอมรับความจริงกันนะครับว่า"ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ยังไงเป็นเงินโรงพยาบาลที่ต้องจ่าย " เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ได้จ่ายเพราะมันไม่ได้ถูกคิดบวกรวมไว้ แต่ตอนนี้เมื่อจำเป็นต้องจ่ายย้อนหลังก็คือ ค่าใช้จ่ายสำหรับให้พนักงานของ BMS ที่ออกติดตั้งระบบให้เท่านั้นเอง และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่โรงพยาบาลควรจะต้องยอมจ่าย เพื่อที่จะให้ได้คุณภาพของข้อมูลที่ถูกต้อง

..............................................................................................................................................................

สรุปผลจากการประชุม

ที่จริงผมอยากถอดทุกคำพูด ของทุกท่านออกมาให้อ่านกันอย่างจุใจ แต่ด้วยเวลากว่า 3ชั่้วโมงของการพูดคุยกัน เอาเป็นว่าผมว่าผมรวบรัดให้อ่านก็แล้วกันสรุปใจความสำคัญกัน ว่ากันตามแนวทางในการเจรจา ดังนี้ครับ
  1. เรื่องเหตุผลในการเชื่อมต่อผ่าน BMS Gateway อาจารย์ชัยพรได้อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องมีการเชื่่อมต่อผ่าน Gatewayตรงนี้สำคัญมากนะครับอยากให้พวกเราทุกคนเข้าใจ คือ โดยปกติถ้ามาตรฐานของ HIS ทั่วๆไปการเชื่อมต่อข้อมูลไปยัง Database โดยตรงเขาจะไม่ทำกัน ถ้าเป็น LIS ของบริษัทต่างประเทศซึ่งมีประมาณ 30% มีการติดต่อกับผู้พัฒนาคือ BMS  และขอเชื่อมต่ออย่างถูกต้อง แต่บริษัท LIS ในเมืองไทยซึ่งมีประมาณ 70% ใช้วิธีการเชื่อมต่อโดยตรง ส่วนหนึ่งก็ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลงด้วย แต่สิ่งที่ อ.ชัยพรเป็นห่วง คือการเชื่อมต่อโดยตรงแบบนี้ อาจจะทำให้รายงานผลแล็บที่ส่งเข้าไปในโปรแกรม HOSxP เพื่อให้แพทย์ ดูผลประกอบการวินิจฉัยการรักษานั้น อาจจะผิดพลาดได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ซีเรียสมากหากผิดพลาด และเป็นการผิดพลาดที่มาจากโปรแกรม HOSxP ในฐานะที่เป็นผู้พัฒนาและ BMS เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงไม่อาจยอมได้เพราะจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของบริษัท 
    • ในประเด็นนี้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกันครับว่าต้องมีการเชื่อมต่ออย่างถูกต้องผ่าน BMS Gateway  โดยไม่มีใครโต้แย้ง
  2. เรื่องค่าใช้จ่าย สำหรับการเชื่อมต่อระบบ BMS Gateway แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ
    1. ค่าพัฒนา Software BMS Gateway ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท LIS โดยตรงที่จะต้องจ้างบริษัท BMS พัฒนาโปรแกรมเชื่อมต่อกับของบริษัท LIS โดยจ่ายปีแรก 107,000 บาท /บริษัท จ่ายปีแรกครั้งเดียว ส่วนปีต่อไปหากมีการแก้ไขปรับปรุงโดยเกิดจากบริษัท LIS ก็จะต้องเสียเพิ่มภายหลัง 
      • ค่าใช้จายในส่วนนี้เป็นของ บริษัท LIS ล้านเปอร์เซนต์ครับ และเป็นการใช้จ่ายที่ต้องเสียค่าพัฒนาโปรแกรมสำหรับเชื่อมต่อให้ถูกต้อง ข้อนี้ก็ไม่มีปัญหาครับ
    2. ค่าเชื่อมต่อ BMS-Gateway ของแต่ละโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ อาจารย์ชัยพรได้ให้รายละเอียดว่าเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของการให้พนักงานของ BMS ออกไปติดตั้ง ตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ของพนักงาน  ค่าเชื่อมต่อตรงนี้เดิมทีคิดว่าคุยกับบริษัท LIS ก็น่าจะจบ แต่เอาเข้าจริงๆเป็นประเด็นธุรกิจ เพราะบริษัท LIS รับงานต่อจากบริษัทน้ำยาอีกที และรวมๆกันแล้วก็เป็นเงินจำนวนมาก ถึงตอนที่จะจ่ายเงินเลยกลายเป็นประเด็นว่าใครจะจ่าย จ่ายเท่าไหร่ บางบริษัทตกลงกันยังไม่ได้ หรือบางบริษัทก็ตกลงยอมจ่ายกันอย่างจำใจเพื่อไม่ให้โรงพยาบาลต้องเดือนร้อน
    3. ค่าพัฒนาปรับปรุง กรณีที่มีการปรับเปลี่ยน แก้ไขในปีต่อไป ซึ่งทาง LIS และ โรงพยาบาลจะต่อสัญญาหรือไม่ก็ได้ไม่ได้บังคับ
      สรุปแล้วเรื่องนี้จบไม่ลง ปลงไม่เป็นกันครับ ยังหาข้อลงตัวที่โดนใจทุกฝ่ายไม่ได้ มีแต่มาตรการเบื้องต้นสำหรับบริษัทน้ำยากับ BMS คือ การเข้าไปพูดคุยการทำแผนทำงานและการชำระเงินที่ยืดหยุ่นกันได้ ประเด็นในข้อสอง เป็นเรื่องที่พูดคุยกันนานมากโดยเฉพาะในส่วนค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อกับ BMS-Gateway  มีทั้งเสนอให้ผ่อนชำระรายเดือน จ่ายเป็นค่าลิขสิทธิ์รายบริษัท ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขอีกมากมายครับ และต่างก็อยู่ในจุดยืนของตัวเอง  แต่ก็ได้เห็นปัญหาร่วมกันครับ เพราะในโรงพยาบาลหนึ่งๆ มีบริษัทน้ำยาหลายบริษัทที่ใช้บริการอยู่ แต่ละบริษัทก็มีข้อจำกัดของตัวเอง โดยรวมแล้วยุ่งยากหากนั่งเจรจากันอยู่อย่างนี้  วิถีทางทางออกน่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลครับ เพราะดูจะมีอำนาจต่อรองกับบริษัทน้ำยาได้และจบปัญหาทุกอย่างง่ายที่สุด แต่ก็ยังมีปัญหาว่าโรงพยาบาลต่างๆจะยอมกันหรือไม่
  3. เรื่องการทบทวนมาตรการล๊อคการแสดงผลแล็บ  เมื่อการเจรจายังหาข้อยุติลงโดยรวมไม่ได้แต่ละฝ่ายคงต้องกลับไปคิดและปรึกษาหารือกันก่อน อาจารย์ชัยพรจึงตัดสินใจยกเลิกมาตรการ LIS-ERROR โดยจะมีผลในเวอร์ชั่นที่จะออกใหม่ และคงมาตรการนี้ไปอีกจนถึงสิ้นปี ซึ่งหมายความในปี 2557 หากยังตกลงกันไม่ได้และยังไม่ดำเนินการใดๆก็จะไม่มีการพูดคุยกันอีกแล้ว และทาง BMS จำเป็นที่จะต้องล๊อคการแสดงผลแล็บจริงๆ
...................................................................................................................................................................

ข้อเสนอเพื่อพิจารณา

อย่างที่ผมบอกครับว่าเป็นการเจรจาที่ทุกฝ่ายต่างมีเหตุและผล ซึ่งถ้าใครได้เข้าร่วมรับฟังก็จะเข้าใจว่าปัญหามันซับซ้อนและยุ่งยากกว่าที่คิด แม้ว่าบริษัทน้ำยายินยอมที่จะจ่าย แต่ก็แบบจำใจ หลายบริษัทก็เป็นภาระที่ไม่ง่ายซะทีเดียว ทางออกที่ง่ายและน่าจะได้ผลมากที่สุดคือโรงพยาบาลเป็นผู้กำหนดโชคชะตาด้วยตนเองครับ หลายท่านอาจจะงงๆว่า ไปเจรจายังไงถึงจะให้โรงพยาบาลจ่าย โง่อิบอาย..ก็สุดแล้วทุกท่านจะคิดพิจารณากันครับ

คำแนะนำที่ผมจะให้ทุกท่านได้ในเบื้องต้นตอนนี้ คือ การรีบชี้แจงและให้ข้อมูลกับผู้บริหารให้เข้าใจครับ ถึงเหตุผลทั้งหมด โดยมีทางเลือกให้ตัดสินใจ ดังนี้ครับ
  1. ไม่จ่ายเงินค่าเชื่อมต่อ(แน่ๆ) หากท่านตัดสินใจใช้วิธีดูผลแล็บแบบเดิม ก็อาจจะยอมเสียค่า activate รายปีเท่านั้นสามารถใช้ HOSxP เวอร์ชั่นใหม่ๆได้ อย่างอื่นก็ไม่ต้องปวดหัวให้วุ่นวาย
  2. ไม่จ่ายเงินค่าเชื่อมต่อภายในปีนี้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ วิธีนี้คงไม่ทำให้โรงพยาบาลของท่านมีปัญหาและสามารถจะใช้ HOSxP แบบที่ไม่มีการล๊อคผลแล็บไปได้อีกจนถึงสิ้นปี 2556 และท่านคงจะได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจและแจ้งเตือนให้กับบุคลากรในโรงพยาบาลทราบ อ้อ.. แต่ผมขอเตือนกันไว้ก่อนนะครับถ้าหากจะคิดติดต่อ BMS-Gatewayภายหลังจากนี้ โดยจะไปต่อรองให้บริษัทน้ำยาแถมเป็นโปรโมชั่นหรืออะไรก็แล้วแต่ที่คิดว่าโรงพยาบาลไม่ต้องจ่ายและทำในปีหน้า  แน่ใจนะครับว่า BMS จะยังคงราคาให้ที่ 42,800 บาท และบริษัทน้ำยาจะไม่บวกเพิ่มไว้ในรายการต้นทุนไปเรียบร้อย (ไมฮา)
  3. จ่ายเงินค่าเชื่อมต่อ โดยให้บริษัทน้ำยา+LIS รับผิดชอบ มีทางเลือกให้ 3 ทางดังนี้
    • บริษัทน้ำยาจ่ายเงินให้ BMS โดยโรงพยาบาลไม่ต้องยุ่งยาก บางบริษัทน้ำยา+LIS ได้ดำเนินการในส่วนนี้ไปให้เรียบร้อยแล้ว ท่านก็คงสบายใจได้ไม่ต้องทำอะไรครับ
    • บริษัทน้ำยาบริจาคเงินให้โรงพยาบาล และโรงพยาบาลนำเงินบริจาคไปซื้อ BMS-Gatewayโดยไม่ต้องจัดซื้อจัดจ้าง ข้อนี้ถ้าพูดคุยกันได้น่าจะง่ายสำหรับทุกฝ่าย 
    • โรงพยาบาลสำรองจ่ายไปก่อน และบริษัทน้ำยา/LIS นำเงินมาบริจาคคืนในภายหลัง อันนี้ก็แล้วแต่จะคุยกัน แต่ทั้งหมดควรรีบดำเนินการให้เสร็จก่อน 31 ธันวาคม 2556
  4. จ่ายเงินค่าเชื่อมต่อโดยใช้เงินของโรงพยาบาล ข้อนี้ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร กรณีนี้เหมาะสำหรับโรงพยาบาลที่มีกะตังค์น้อยถึงมาก แต่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเข้าใจถ่องแท้ว่า ยังไงๆ มันก็เงินโรงพยาบาลนี่หว่า ยอมเสียน้อยเพื่อได้มาก ว่าแล้วก็สั่งให้ฝ่ายพัสดุดำเนินการศึกษาหาระเบียบและดำเนินการเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ติดต่อขอใบเสนอราคาจาก BMS โดยพลัน 
  5. ไม่รู้ไม่ชี้ไม่ทำอะไร บ่นจ่มบริษัท BMS+บริษัทน้ำยา+บริษัท LISที่ไม่ยอมพูดคุยแก้ปัญหา ทำให้โรงพยาบาลต้องเดือดร้อน แล้วก็ปล่อยเวลาให้ลอยผ่านไปเรื่อยๆ เดี๋ยวสิ้นปีคงมีคนคนไปเจรจาหาทางออกให้อีกอยู่ดี ข้อนี้ก็อาจจะฝันหวานมากไปหน่อยนะครับและการรอคอยก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะคงจะไม่มีการเจรจากันแบบนี้อีกแล้วในปีหน้า หากในช่วงนี้ยังไม่รีบดำเนินการใดๆแต่เนิ่นๆ ถ้ารอจนถึงปีหน้าคงจะตัวใครตัวมันละครับ! เพราะโปรโมชั่นคงไม่ได้ในราคานี้ ถึงตอนนั้นจะบีบก็ตาย จะคลายก็ขี้รดมือครับ
สุดท้ายที่ผมอยากฝากบอกทุกท่าน ขอความกรุณาอ่านทบทวนอีกหลายๆครั้ง หากยังไม่เข้าใจ เพราะถ้าท่านเข้าใจอย่างที่ผมเข้าใจว่าระบบ BMS-Gateway เป็นเรื่องที่สำคัญในระบบข้อมูลสุขภาพสิ่งที่จะต้องจ่ายในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะหากผลแล็บผิดพลาดไปจากระบบที่ไม่ได้วางไว้ตามมาตรฐาน อาจส่งผลต่อการรักษาของแพทย์ได้เช่นกัน

ส่วนเงินที่จะจ่ายหรือไม่จ่าย แน่ใจกันจริงๆ เหรอครับว่าไม่ใช่เงินโรงพยาบาล ดังนั้นจะรอช้าอยู่ทำไมล่ะครับ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส จากที่คิดกันว่าโรงพยาบาลถูกจับเป็นตัวประกัน เพราะที่จริงแล้วโรงพยาบาลคือคนที่อยู่ตรงกลางและเพียงหันหน้ามาคุยทาง BMSอยู่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ผมอยากให้ลองหันหลังกลับไปคุยกับบริษัทน้ำยาและLIS ซึ่งโรงพยาบาลมีความสามารถและมีอำนาจต่อรองได้ง่ายกว่ากันเยอะ เพราะยังไงบริษัทน้ำยาเขาคงไม่อยากเสียลูกค้าไปง่ายๆหรอกครับ..จริงไหม๊ครับ

............................................................................................................
21.00 น. ช่องจอดรถหมายเลข 130

หลังจากขึ้นไปนั่งบนรถจัดสัมภาระเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย ผมหลับตาลงอย่างอ่อนล้า อยากจะหลับยาวไปจนถึงบ้าน พอกำลังเคลิ้มๆได้ที่ พนักงานต้อนรับมาสะกิดและบอกว่า "รับขนมกับน้ำด้วยค่ะ" 


วันที่ 8 มิถุนายน 56

เหลือเวลาอีกเพียง 206 วันในปี



วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เรียนรู้เพื่อเข้าใจ.."ใจเขา" และ "ใจเรา"

ผมทิ้งระยะเวลาการบันทึกเรื่องราวใน ตอนที่ 4 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับ BMS-HOSxP และ LISไว้พอสมควร  เพื่อปล่อยให้ข้อมูลและเรื่องราวทุกอย่างได้เข้ามาสู่การรับรู้ ทั้งเรื่องเก่าและเรื่องราวที่เป็นแง่มุมใหม่ๆ โดยยังไม่ตัดสินใจอะไร ถ้าท่านใดที่ติดตามอ่านมาตั้งแต่ตอนที่ 1-3 ที่ผมใช้ชื่อเรื่องว่า "เราไม่สามารถมองเห็นป่าทั้งป่าได้  ถ้าพยายามมองผ่านแมกไม้.." คงพอจะได้เห็นภาพรวมของเรื่องราวทั้งหมด บางเรื่องเป็นเรื่องที่เราเองไม่ได้รับรู้มาก่อน ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เรียนรู้ปัญหาและหาทางออกไปพร้อมกันๆ
.............................................................................................................................................................

เรียนรู้เพื่อเข้าใจ..BMS-HOSxP
ตอนที่ 4 ผมจะรวบยอดข้อมูลทั้งหมดที่เป็นสาระสำคัญๆ จากเดิมทีที่คิดว่าปัญหา LIS เป็นเรื่องการพูดคุยเจรจาระหว่าง BMS และบริษัท LIS เท่านั้น ต่อมาเราได้เรียนรู้ว่ายังมีบริษัทน้ำยาและโรงพยาบาล ที่ควรจะต้องมารับรู้ข้อมูลและปัญหาเพื่อหาทางออกร่วมกันทุกฝ่าย ดังนั้นในตอนสุดท้าย ผมจะสรุปจุดเปลี่ยนที่สำคัญๆ ของเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้พวกเราได้ "เรียนรู้..เพื่อเข้าใจ"ไปด้วยกัน 

ในร่างอนุสัญญา HOSxP Public License Version 1.0, มิถุนายน 2551(ถึงตอนนี้อาจจะมีเปลี่ยนแปลงไปแล้วบ้าง) ข้อความที่ผมคิดว่า "โรงพยาบาล" ที่ใช้ HOSxP จะต้องทำความเข้าใจกันคือ 

บริษัทบางกอกเมดิคัลซอฟท์แวร์ เจ้าของลิขสิทธิ์ HOSxP
" ถัดจากนี้ไปคำว่า "โปรแกรม HOSxP" หมายถึงโปรแกรมสำหรับใช้งานในสถานบริการทางด้านสาธารณสุขหรืองานในลักษณะดังกล่าว โดยเจ้าของลิขสิทธิคือบริษัทบางกอกเมดิคัลซอฟร์แวร์จำกัดและ"งานที่มีพื้นฐานจากโปรแกรม"หมายถึงโปรแกรมนั้นหรืองานดัดแปลงจากโปรแกรมนั้นตามกฎหมายลิขสิทธิ์: .."
ไม่มีรับประกัน
"เนื่องจากโปรแกรม HOSxP ได้รับการอนุญาตให้ใช้ได้โดยไม่คิดมูลค่า เหตุนี้จึงไม่มีการรับประกันใดๆ ต่อโปรแกรม HOSxP ไปจนถึงขอบเขตเท่าที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะอำนวย. เจ้าของลิขสิทธิ์และ/หรือบุคคลอื่นส่งมอบโปรแกรม "ตามลักษณะปัจจุบัน" โดยปราศจากการรับประกันในลักษณะใด ๆ ไม่ว่าโดยแจ้งชัดหรือโดยปริยาย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการรับประกันโดยปริยายถึงความเหมาะสมในการวางตลาด หรือความเหมาะสมในวัตถุประสงค์โดยเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งนี้เว้นแต่จะได้ระบุเอาไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร. คุณเป็นผู้รับความเสี่ยงทั้งหมดในเรื่องคุณภาพหรือประสิทธิภาพของโปรแกรม. หากปรากฏความจริงว่าโปรแกรมชำรุดบกพร่อง คุณจะเป็นผู้รับภาระต้นทุนในการบำรุงรักษา,ซ่อมแซมหรือแก้ไขเท่าที่จำเป็น.."
ในข้อความข้างต้น มีความชัดเจนอยู่แล้วในตัวนะครับว่า BMS คือเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่มีสิทธิโดยชอบในผลงานที่จะให้ใช้ หรือปรับปรุงอะไรต่างๆที่เห็นว่าเหมาะสม ถ้าเป็นโรงพยาบาลที่ขึ้นระบบโดยบริษัท BMS และมีการทำสัญญาตกลงบริการเป็นลายลักษณ์อักษร คงจะมีการวิธีการบริหารจัดการกันในแบบของบริษัทและลูกค้าที่ชัดเจน

แต่ถ้าเป็นกลุ่มโรงพยาบาลที่ขึ้นระบบโดยโหลดHOSxPมาใช้เอง คงต้องยอมรับความเสี่ยงในเรื่องของคุณภาพ,ประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับนโยบายต่างๆ อย่างกรณีของการเชื่อมต่อ LIS เป็นสิทธิที่ BMS-HOSxP ต้องการปรับปรุงความคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูลในระบบของโปรแกรม HOSxP  ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ BMS

ตั้งแต่วันที่เรายอมรับอนุสัญญาของ HOSxP Public License Version นี้แล้ว นั่นหมายความว่าโรงพยาบาลต้องน้อมรับความเสี่ยง ปัญหา และคุณภาพการใช้งานของโปรแกรมโดยไม่ควรไปต่อว่าหรือเรียกร้องใดๆ..กับเจ้าของลิขสิทธิ์ 

Activate คือ ค่าสนับสนุนการพัฒนา HOSxP โดยสมัครใจ
" ..เราจึงตัดสินใจที่จะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายในการพัฒนาใหม่ นั้นคือ เราจำเป็นต้องคิดค่าบริการเพื่อนำมาใช้ในการสนับสนุนการพัฒนาระบบงานต่างๆใน HOSxP"  
" ซึ่งผมอยากให้ท่านคิดว่านี่เป็นการช่วยสนับสนุนทีมพัฒนาของ BMS ให้พัฒนาระบบต่อไปได้อย่างไม่หยุดยั้งเช่นเดิม  นโยบายใหม่นี้จะเริ่มใช้ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป และท่านสามารถทดสอบระบบการ Activation นี้ได้ใน HOSxP รุ่น 3.55.8.15 เป็นต้นไปโดยยังไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆ จนกว่าจะถึงเดือนตุลาคม 2555 ครับ  การ Activation นี้จะมีเฉพาะใน HOSxP ครับ ไม่รวมไปถึง HOSxP-PCU ที่ยังใช้รูปแบบการพัฒนาแบบ FreeSoftware เช่นเดิมครับ และสำหรับหน่วยงานที่ยังไม่พร้อมที่จะช่วยสนับสนุนค่าบริการนั้น ก็ยังสามารถใช้ HOSxP รุ่น 3.55.8.14 ต่อไปได้ โดยไม่จำเป็นต้อง Activate โปรแกรมก่อนครับ"
การดำเนินงานเป็นบริษัท BMS ซึ่งถ้ามองอย่างเข้าใจเราก็จะรู้ว่า การทำธุรกิจผู้บริหารก็ต้องอยากเห็นองค์กรเติบโต มีความมั่นคง มีชื่อเสียง พนักงานมีความก้าวหน้า มีรายได้ดี มีความสุข เหมือนองค์กรทั่วไป และบริษัทก็ย่อมต้องมีรายได้มาจากการดำเนินธุรกิจ รายได้ของ BMS เท่าที่รู้กัน หลักๆได้มาจากการ Imprementระบบ HOSxP ให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้งาน HOSxPให้มีประสิทธิภาพ ,การให้บริการ Maintenance Package  การฝึกอบรม ขายโปรแกรมเสริมการทำงานของ HOSxP การคิดบริการค่าพัฒนาซอฟท์แวร์ และค่าเชื่อมต่อ ฯลฯ

ถ้าพิจารณาจากนโยบายการเชื่อมต่อ LISบริษัท BMS ซึ่งให้เหตุผลสำคัญว่า "ได้พบว่ามีการเชื่อมต่อ HOSxPกับ LIS โดยตรงกับฐานข้อมูลของโปรแกรม BMS-HOSxP และเกิดความผิดพลาดในการรายงานผล LAB ซึ่งมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลในระบบ BMS-HOSxP  ทางบริษัทจึงได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยบริษัท LIS ต้องเปลี่ยนมาเชื่อมต่อข้อมูลผ่านโปรแกรม BMS-LIS Gateway เท่านั้น"   

เมื่อนโยบายบริษัทมีทิศทางชัดเจน จึงได้มีการเชิญตัวแทนของ LIS มาพูดคุยกัน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรในช่วงแรกมากนัก ทางบริษัท BMS-HOSxp จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการล๊อคการแสดงผลในโปรแกรม HOSxP จนกว่าบริษัท LIS หรือ บริษัทน้ำยาจะทำการเปิดบิลถึงจะส่งตัวปลดล๊อคให้กับโรงพยาบาลต่างๆที่เป็นลูกค้าของ LIS

มาถึงตรงนี้ทุกท่านคงเข้าใจตามเงื่อนไขที่ BMS-HOSxPได้บอกไว้กันตั้งแต่ต้น เว้นแต่ว่าเราจะไปนึกทึกทัก คิดเองเออเองไปว่า HOSxP ต้องอย่างนั้น อย่างนี้ ตามความต้องการของผู้ใช้งานหรือบ่นเกี่ยวกับปัญหา Bugของโปรแกรม เพราะได้จ่ายเงินไปแล้ว ถ้าได้อ่านและทำความเข้าใจกับรายละเอียดข้างต้น ผมคิดว่าคงช่วยให้เราได้ตระหนักมากขึ้นว่า BMS เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่สามารถดำเนินนโยบายบริษัทตามความเหมาะสม และด้วยความเป็นบริษัทเอกชนย่อมมีวิถีการดำเนินงานที่แตกต่างจากภาครัฐ พวกเราเองต่างหากได้เลือกใช้บริการของ BMS-HOSxP โดยสมัครใจซึ่งก็ควรยอมรับ และปฏิบัติตามเงื่อนไขของเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วยเช่นกัน..

เข้าใจ ใจเขา..และใจเรามากขึ้นนะครับ

.............................................................................................................................................................

เรียนรู้เพื่อเข้าใจ..บริษัทน้ำยา และ LIS

ผมเพิ่งมาสนใจเรื่องราวของห้องแล็บตอนที่มีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อนี้เอง ก่อนหน้านั้นแทบไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการติดต่อประสานงานกับบริษัทน้ำยาหรือ LIS โดยตรง ประมาณปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงแรกของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย ที่ได้ใช้บริการของ LIS  ห้องแล็บได้สั่งเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ ซึ่งมีการน้ำเสนอจากบริษัทน้ำยาและแถมด้วยโปรโมชั่นการเชื่อมต่อ LIS ให้ ซึ่งแน่นอนครับว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ ช่วยลดภาระงานการลงผลซ้ำซ้อนได้มากทีเดียว และมีราคาที่โรงพยาบาลชุมชนพอสู้ไหว โดยบริษัทน้ำยาจะเป็นผู้ติดต่อจัดหาบริษัท LIS พร้อมติดตั้งใช้งานให้เรียบร้อย

ตอนนั้น HOSxP ยังเป็น Free software ที่อิสระเสรีจริงๆนะครับ LIS แต่ละบริษัทเมื่อรู้ว่าโรงพยาบาลต่างๆ ใช้ HIS อะไร บริษัทก็จะพัฒนา software เพื่อเชื่อมต่อระบบ LIS ของตนเองเพื่อเป็นบริการให้กับโรงพยาบาลที่เป็นลูกค้า แต่เนื่องจากว่าโรงพยาบาลที่ใช้ HOSxP มีทั้งที่ขึ้นระบบกับ BMS และขึ้นระบบด้วยตัวเองก็มีไม่น้อย ต้องยอมรับกันตรงๆละครับว่าด้วยอานิสงค์ของ HOSxP ที่มีโรงพยาบาลใช้จำนวนมาก ทำให้บริษัท LIS ไม่ต้องเสียค่าพัฒนา Software ไม่ต้องเสียค่าเชื่อมต่อรายปีเหมือนกับ HIS เจ้าอื่นๆ

ดังนั้นในช่วงแรกจึงไม่มีใครคิดหรอกครับว่าจะต้องเสีย (เพราะไม่รู้ว่าจะต้องไปเสียให้ใคร)ทำให้ลดต้นทุนต่างๆได้มากส่งผลให้มีการใช้ LIS ในโรงพยาบาลชุมชนเพิ่มมากขึ้น ด้วยราคาที่พอจ่ายไหว  ระบบคุณภาพงานของห้องแล็บได้มาตรฐาน โรงพยาบาลต่างๆก็ใช้กันมาแบบนี้แหละครับหลายปีทีเดียว ถามว่าตอนนั้นบริษัทน้ำยา และ LIS เขาสนใจ BMS ไหม๊ ผมว่าเขาแทบจะไม่สนใจที่จะไปติดต่ออะไรกันด้วยซ้ำ เพราะต่างคนก็ต่างทำธุรกิจและ BMS ก็ไม่ได้มีนโยบายเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ LIS  และ LIS ก็ไม่รู้จะไปติดต่ออะไรกับ BMS-HOSxP

เดือนตุลาคม ปี 2555 บริษัท BMS ได้เรียนเชิญบริษัท LIS มารับฟังนโยบายและวางแผนการเชื่อมต่อให้ BMS-Gateway ด้วยเหตุผลที่ว่าพบปัญหาความผิดพลาดของข้อมูลในบางโรงพยาบาล และอาจจะมีผลต่อความน่าเชื่อถือของ BMS ซึ่งเป็นเจ้าของ HOSxP  ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่ามีการพูดคุยตกลงกันอย่างไรในเบื้องต้น บริษัทน้ำยาและ LIS อาจจะงงๆด้วยซ้ำไปว่าทำไมต้องมา เพราะตัว HIS ที่โรงพยาบาลใช้งานเขาก็โหลดมาติดตั้งใช้งานกันเอง  LISบางบริษัทยังเข้าใจว่า HOSxP เป็นโปรแกรมของกระทรวงสาธารณสุขเพราะรู้กันว่าพัฒนาโดยเภสัชกร และมีการแจกจ่ายให้ใช้งานกันอย่างแพร่หลายจนไม่น่าจะใช้ ซอฟท์แวร์เชิงพาณิชย์ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทน้ำยาและ LIS ไม่ได้คิดจะต้องไปเข้าร่วมสนใจเข้าร่วมเจรจา  โดยเฉพาะการที่จะต้องถูกเรียกไปชี้แจงเพื่อเสียเงินให้กับ BMS ย้อนหลังสำหรับโรงพยาบาลที่ได้ใช้ระบบ LIS มาแล้ว

ที่น่าแปลกใจคือ BMS ได้เชิญบริษัท LIS มาพูดคุยนโยบายการเชื่อมต่อในเดือน ตุลาคม 2555 และได้ลดค่าใช้จ่ายการเชื่อมต่อโรงพยาบาลให้กับบริษัท LIS ที่ทำการเชื่อมต่อระบบก่อนวันที่ 30 กันยายน 2555 ที่ผมว่าแปลกคือ มันเป็นนโยบายที่ไปมีผลย้อนหลังกับสิ่งที่บริษัท LIS ได้ดำเนินการไปแล้ว  และคงไม่ได้มีบริษัทไหนคิดใช้จ่ายตรงนี้ไว้ล่วงหน้า ระบบการเงิน บัญชี เขาก็ปิดกันไปเรียบร้อยแล้ว บางบริษัทเป็นสาขาของบริษัทใหญ่ในต่างประเทศ ซึ่งเขาคงจะงงกันแย่ละครับ ที่จู่ๆ จะไปเสียเงินให้ BMS โดยบอกว่าเป็นค่าเชื่อมต่อ และคงมีคำถามว่า เฮ้! ยูทำงานกันยังงายยย ไอม่ายเข้าจายยย

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันอีกอย่างหนึ่งคือ บริษัท LIS ส่วนใหญ่รับงานให้กับบริษัทน้ำยาอีกที บางโรงพยาบาลก็มีมากกว่า 1 บริษัท และถ้าจะให้ LIS มาแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงผู้เดียวก็คงกระไรอยู่   ในความเข้าใจของผมมีอย่างนี้นะครับ ถูกผิดคงต้องให้ผู้รู้มาชี้แนะอีกที..
  1. บริษัทน้ำยาเสนอขายผลิตภัณฑ์เครื่องตรวจวิเคราะห์+น้ำยา แถมโปรโมชั่น LIS ให้โรงพยาบาล
  2. โรงพยาบาลสนใจสั่งซื้อและให้ส่งใบเสนอราคามา
  3. บริษัทน้ำยา---->ติดต่อบริษัท LIS เพื่อขอใบเสนอราคาในส่วนของ LIS
  4. บริษัท LIS ส่งใบสั่งซื้อไปที่บริษัท HIS เพื่อขอใบเสนอราคาค่าเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล
  5. บริษัท HIS ส่งใบเสนอราคาให้บริษัท LIS ซึ่งก็จะเป็นราคาค่าเชื่อมต่อของ HIS+ค่าอุปกรณ์+ค่าแรงของ LIS ฯลฯ ----> ส่งไปที่บริษัทน้ำยา
  6. บริษัทน้ำยานำเสนอค่าใช้จ่าย ที่+ค่าใช้จ่ายของ LIS ---->เสนอไปที่โรงพยาบาล
  7. โรงพยาบาลสั่งซื้อ


กระบวนการมันก็คงมีประมาณนี้แหละครับ เมื่อสั่งซื้อเรียบร้อยก็จะเป็นการดำเนินการเข้าไปติดตั้ง ตรวจสอบ ตรวจรับ ต่างๆ ตามสัญญา ถ้า LIS เชื่อมข้อมูลเข้ากับ HIS ได้เรียบร้อยก็จบงานที่เหลือก็เป็นบริการหลังการขายเท่านั้นเอง.. ปัญหา คือ ที่ผ่านมา BMS-HOSxP ไม่ได้ประกาศบังคับว่าจะต้องมาติดต่อชำระค่าพัฒนาและค่าเชื่อมต่อ ขั้นตอนในส่วนนี้จึงไม่มี บริษัท LIS เขาจึงคิดเฉพาะค่าพัฒนา Software สำหรับเชื่อมต่อขึ้นมาเอง

ชีวิตมันก็ดำเนินกันไปแบบนี้เรื่อยๆ จนกระทั่งนโยบาย BMS ขอคิดค่าเชื่อมต่อแบบย้อนหลัง ซึ่งก็เป็นอะไรที่แปลกอยู่นะครับ ผมมีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารหลายๆท่านได้เหตุผลคล้ายๆกันว่าเป็นนโยบายการทำธุรกิจทีผิดธรรมเนียม ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ
  • ประการแรก บริษัท LIS ได้ทำตามสัญญาที่รับมาจากบริษัทน้ำยา บริษัทน้ำยาก็ดำเนินการส่งมอบงานให้โรงพยาบาลอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว การที่ BMS จะให้บริษัท LIS เปิดบิลสั่งซื้อค่าเชื่อมต่อย้อนหลังเพื่อที่จะได้เก็บเรียกเงินจากบริษัท LIS ได้ จึงเป็นสิ่งที่ผิดวิสัยเพราะผลของนโยบายการเสียค่าเชื่อมต่อไม่ควรจะมีผลย้อนหลัง
  • ประการที่สอง ระบบบัญชีของแต่ละบริษัทหลังจากส่งมอบงาน จะมีการจัดทำรายงานปิดงบเงินในระบบบัญชีกันไปเรียบร้อยแล้ว การที่จู่ๆมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาแบบนี้ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากต้องไปอธิบาย ขยายความ ทำความเข้าใจกับผู้บริหาร กรรมการของบริษัท บริษัทเล็กๆก็คงไม่ยุ่งยากอะไร แต่ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆซึ่งผู้บริหารเขาคงไม่มาสนใจติดตามข่าวข่าวสารในบอร์ด HOSxP คงไม่เข้าใจหรอกครับว่าทำไมที่ต้องจ่ายเงินให้ BMS จนกระทั่งมารู้ข่าวว่าโรงพยาบาลที่เป็นลูกค้าของบริษัท กำลังจะมีปัญหาถูกล๊อคการแสดงผล LAB ใน HOSxP  นั่นแหละครับ
  • ประการที่สาม เงินที่ BMS เรียกเก็บค่าพัฒนาและค่าเชื่อมต่อแม้จะไม่ใช่จำนวนมาก แต่เฉพาะค่าพัฒนาปีแรก 107,000 บาท ค่าเชื่อมต่อ โรงพยาบาลล่ะ 42,800 บาท ถ้าให้จ่ายครั้งเดียวบริษัทใหญ่เงินทุนเยอะคงไม่มีปัญหา แต่บริษัทเล็กๆอาจจะถึงขั้นเลือดออกท่วมตัวได้ ถึงแม้BMSจะให้ข้อเสนอว่าทยอยจ่ายหลังจากติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้ว แต่เปิดบิลไปครั้งเดียว สมมุติว่า 50 โรงพยาบาล คูณ 42,800 บาท แล้ว ทีมงาน BMS ติดตั้งได้เรียบร้อยตามกำหนด บริษัท LIS ก็ต้องหาเงินมาจ่ายเพราะงานมันเสร็จไปเรียบร้อยแล้วตามสัญญาการสั่งซื้อ เมื่องานเสร็จก็ต้องจ่ายหลายบริษัทก็อาจจะเกรงว่าจะจ่ายยังไงไหวถ้าออกใบสั่งซื้อไปครั้งเดียว
  • ประการที่สี่  LIS บริษัท รับงานมาจากบริษัทน้ำยาอีกที บางโรงพยาบาลก็มีการใช้บริการจากบริษัทน้ำยาหลายบริษัท จึงจำเป็นต้องติดต่อประสานงาน และขอความร่วมมือจากบริษัทน้ำยาในการให้เข้ามาช่วยชำระค่าใช้จ่าย แต่การประสานงานตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย บางบริษัทก็เข้าใจ บางบริษัทก็ยังงงๆ มันจึงเป็นปัญหาที่ยุ่งเหยิงพอสมควร
  • ประการที่ห้า การดำเนินการทางธุรกิจของ BMS ที่ใช้วิธีการโพสต์รายชื่อปัญหาแจ้งว่าโรงพยาบาลใดได้รับตัวปลดล๊อค โรงพยาบาลใดไม่ได้ และเขียนโพสต์ข้อความที่พยายามชี้แจงไปในแนวทางที่ว่าปัญหาต่างๆที่ล่าช้าเกิดจาก LIS และบริษัทน้ำยา ที่ไม่ยอมดำเนินการ (ทั้งๆที่การล๊อคผลแล็บเกิดจาก BMS เป็นผู้ล๊อค) ในทางการทำธุรกิจร่วมกันวิธีแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะเป็นการตำหนิบริษัทอื่นๆรวมถึงการประกาศว่าจะทำ Black list แถมยังแนะนำให้โรงพยาบาลเปลี่ยนบริษัทน้ำยาหรือ LIS โดย BMS ยินดีจะจัดหาบริษัทให้ หรือแม้กระทั่งประกาศว่าจะไม่ให้โรงพยาบาลต้องจ่าย เพราะค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นส่วนของ LIS หรือบริษัทน้ำยาต้องรับผิดชอบ (ฺในขณะที่ BMS ขอเรียกเก็บเงินจากบริษัทน้ำยา/LIS ย้อนหลังได้ แต่กลับประกาศล่วงหน้าที่จะไม่ยอมให้บริษัทเหล่านี้ไปเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มกับทางโรงพยาบาลเพิ่ม..) 
ปัญหาความล่าช้าของบริษัท LIS และบริษัทน้ำยาจึงเป็นอะไรที่ค่าราคาซัง หลายโรงพยาบาลได้รับผลกระทบจากการล๊อคการแสดงผลแล็บของ BMS ในโปรแกรม HOSxP ทำให้ออกอาการเซ็งเป็ดไปตามๆกัน ผู้บริหาร ผู้ดูแลระบบหลายท่านเดิมทีไม่เข้าใจว่าทำไม LIS ไมยอมจ่าย ทำไม LIS ทำอะไรล่าช้า ทำให้โรงพยาบาลมีปัญหาฯลฯ มาถึงตรงนี้แล้วท่านผู้อ่านคิดอย่างไรกันบ้างครับ

เข้าใจ ใจเขา..และใจเรามากขึ้นนะครับ

.............................................................................................................................................................

เรียนรู้เพื่อเข้าใจ..โรงพยาบาล

ในส่วนผมที่รับผิดชอบดูแลงานระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล หลังจากที่ได้รับทราบข้อมูลเรื่องนโยบายการเชื่อมต่อ LIS ของบริษัท  BMS ที่จะพัฒนามาตรฐานข้อมูลในส่วนนี้ของ HOSxP โดยจะไม่ให้เชื่อมต่อตรงกับฐานข้อมูลต้องผ่าน BMS Gateway เท่านั้น

"เพื่อแก้ปัญหานี้ ผมจึงต้องเปลี่ยนนโยบายในการเชื่อมต่อกับ LIS ใหม่ครับ คือบังคับให้เชื่อมต่อผ่าน BMS-LIS Gateway ทุกบริษัท เนื่องจากปัญหานี้มีผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลในระบบเป็นอย่างมาก โดยใน HOSxP 3.55.9.x เป็นต้นไปจะมีการตรวจสอบ key ของ record (ในตาราง lab_order.check_key) ว่าถูกบันทึกจาก HOSxP หรือจากตัว Gateway หรือไม่ ถ้ามีค่าที่ไม่ถูกต้องโปรแกรมจะถือว่าเป็นผล Lab ที่ไม่ถูกต้องนะครับ 

ฝาก รพ. ที่ได้เชื่อมต่อกับ LIS โดยไม่ผ่านตัว Gateway ให้แจ้ง บริษัท LIS ให้ติดต่อไปที่ BMS เพื่อทำการเชื่อมต่อกับระบบ LIS Gateway ด้วยนะครับ "  อ.ชัยพร  3 กันยายน 2012



โพสต์แจ้งข่าวครั้งแรก อ.ชัยพรแจ้งผ่านเวปบอร์ดของ HOSxP ฝากให้รพ.ต่างๆ ที่ได้เชื่อมผ่าน LIS ประเด็นที่ผมอยากเรียนให้ทุกท่านเข้าใจก็คือ อย่างแรก Admin โรงพยาบาลไม่ได้เขาไปอ่านข้อมูลในเวปบอร์ดทุกวัน และบางคนก็เป็น Admin มือใหม่ ไม่รู้จักกับ LIS ด้วยซ้ำไปว่าใช้หรือไม่ใช้อย่างไร บางโรงพยาบาล LIS เข้ามาเมื่อไหร่ยังก็ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่ควรใช้การประสานงานเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ใช่ใช้เวทีการแจ้งผ่านเวปบอร์ด

หลังจากทราบข่าว Admin หลายท่านเห็นด้วยและสนับสนุนการเชื่อมต่อที่ควรทำให้ถูกต้อง บางท่านยังแนะนำให้ส่งหนังสือชี้แจงเป็นทางการ เพราะกังวลว่าจะเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์จากคนบางกลุ่ม และเชื่อว่ายังไง LIS คงต้องมาเรียกเก็บค่าเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นจากทางโรงพยาบาลอยู่ดี ในช่วงแรกมีกระแสข่าวว่า LIS โดน BMS เรียกเก็บเงินจำนวนไม่น้อย ได้ก็ได้รับการชี้แจงรวมถึงเปิดเผยรายละเอียดเงินที่ทาง BMS เรียกเก็บอย่างชัดเจน ผู้ดูแลระบบของโรงพยาบาลแต่ละแห่งเริมสนใจติดตามข้อมูลกันมากขึ้นเพราะ อ.ชัยพร ยืนยันผ่านเวปบอร์ดว่าเงินในส่วนนี้เป็นส่วนที่ LIS ต้องรับผิดชอบ 

" ผมฝากอีกนิดครับ หากมี LIS บริษัทไหน แจ้งกับ รพ. มาแบบที่เป็นปัญหานี้ในเหตุผลที่ผลักภาระไปให้ รพ. สามารถแจ้งไปที่ BMS ได้ครับ เราจะ Black list บริษัทเหล่านี้เอาไว้ครับ ผมมองว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นส่วนที่บริษัท LIS ต้องรับผิดชอบครับ ไม่ควรผลักภาระนี้ไปให้กับ รพ. "
อ.ชัยพร : 5 กันยายน 2012

ครั้งแรกผมเองก็อุ่นใจครับเมื่อได้รับทราบข้อมูลที่ อ.ชัยพรและ BMS ได้แสดงความห่วงใยโรงพยาบาลต่างๆ และไม่อยากให้ค่าใช้จ่ายตรงนี้เป็นภาระโรงพยาบาล พร้อมทั้งรับประกันอย่างมั่้นใจโดยจะใช้มาตรการ Black list บริษัทที่มีปัญหา โดยยืนยันในมุมมองของ อ.ชัยพรว่า เงินส่วนนี้ LIS ไม่ควรผลักภาระไปให้กับโรงพยาบาล  ผมก็รับรู้ว่านี่คงเป็นเรื่องของ BMS และ LIS ที่ต้องไปเจรจาหาทางออกร่วมกันเอง แต่หวยกลับมาออกที่โรงพยาบาลเต็มๆครับเนื่องจาก BMS ล๊อคการแสดงผลแล็บ โดยที่ผู้ดูแลเริ่มงงๆว่าไหนว่าจะไม่มีผลกระทบกับทางโรงพยาบาล จนบางท่านได้เสนอความคิดเห็นในเรื่องนี้ผ่านในเวปบอร์ดว่า

ขอแสดงความเห็น หน่อยนะครับ  จริงๆผมจะขอความกรุณา อ.MN  พิจารณาเรื่องการใช้วิธี Lock แบบนี้ และขอให้ใช้แบบเดิมไปก่อน  ช่วงนี้หลายๆที่ก็ยังมีปัญหาอยู่ และในการพัฒนา 43 แฟ้ม ต้องมีการปรับใช้หน้าต่างใหม่ๆที่มากับ version ใหม่ด้วย ....   การบังคับแบบนี้ผมว่า มันไม่ค่อยจะยุติธรรม กับ รพ นะครับ .... ปัญหาอยู่ที่ LIS นะครับ ไม่ได้ อยู่ที่ รพ. สำหรับ รพ. ที่ activate แล้วก็น่าที่จะ UP ได้ ตามปรกติ ....เห็นใจ admin ด้วยนะครับ  เพราะต้องดูแลทุกๆเรื่อง ...และต้องขอฝากให้ BMS ช่วยติดตาม บ LIS ด้วยครับ .........รบกวน อ. และทีมงานด้วยครับ   

nuttavut : 27 กุมภาพ้นธ์  2013


แต่ดูเหมือนว่าคำร้องขอจะไม่ได้รับการตอบสนองครับ รอบแรกโรงพยาบาลได้รับการบรรเทาปัญหาตัวปลดล๊อคชั่วคราวมาให้แก้ขัด แต่รอบสอง  ไม่มีการส่งตัวปลดล๊อคให้หา LIS หรือบริษัทน้ำยายังไม่ติดต่อส่งเอกสารมาให้เรียบร้อย  ส่งผลให้หลายๆโรงพยาบาลต้องพบกับปัญหา LIS ERROR

ผมเองยังนึกว่าในระหว่างการเจรจาระหว่าง BMS และ LIS หรือกับบริษัทน้ำยา โรงพยาบาลที่เป็นลูกค้าของบริษัทที่ยังไม่เข้ามาติดต่อ จะได้รับความกรุณาปราณีส่งตัวปลดล๊อคให้ชั่วคราวเช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่มีครับ การสอบถามไปยังเวปบอร์ดได้รับคำตอบสั้นๆ ว่ายังไม่ได้รับการประสาน ยังไ่ม่ได้รับการประสาน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป จนต้องแจ้งให้ทาง BMS ส่งใบเสนอราคาเรียกเก็บมาที่โรงพยาบาลโดยตรงได้เลยเพื่อที่จะได้จบปัญหาตรงนี้ไปเสียที แต่บริษัทน้ำยาก็แจ้งกลับมาว่าจะดำเนินการให้โรงพยาบาลไม่ต้องจ่าย ซึ่งก็เฉียดกำหนดวันสุดท้ายไปเพียงแค่ 1 วัน

คำแนะนำที่ดีมากสำหรับ BMS ที่ส่งหนังสือมาให้โรงพยาบาล คือ ให้ใช้การบันทึกผลแบบเก่าไปก่อน สองให้ชะลอการอัพเวอร์ชั่น สามเปลี่ยนบริษัทที่มีปัญหา ผมอ่านแล้วก็ฮากลิ้งเลยครับ เพราะเพิ่งรู้ว่าวงการธุรกิจเขาทำกันแบบนี้เองหรือนี่..  เหมือนเด็กเล่นขายของที่พอไม่ได้ดังใจก็ตัดรอนสัมพันธ์กันดื้อๆ

วิธีแก้ปัญหาที่แนะนำมาให้กับทางโรงพยาบาล บ่องตง ไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ คนไข้แต่ละวันซึ่งมีจำนวนมากขึ้น ผลการตรวจด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์และเชื่อมต่อผ่าน LIS เข้าโปรแกรม HOSxP ช่วยให้การตรวจของแพทย์ได้รับรายงานผลเร็วขึ้น และแน่นอนครับช่วยให้คนไข้ไม่ต้องรอรับบริการนานๆ ซึ่งหากไม่ได้ตัวปลดล๊อค คนไข้คือ ผู้ที่จะได้รับผลกระทบไปเต็มๆ.. 

และที่แนะนำให้เปลี่ยนบริษัทน้ำยาขอโทษเถอะนะครับเขาไม่รู้จริงๆหรือว่าแกล้งไม่รู้ เคยเห็นเครื่องไม้เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ของบริษัทน้ำยากันใช่ไหม๊ครับ อุปกรณ์พวกนี้ไม่ใช่ว่านึกอยากจะเอาเข้าเอาออกก็ทำกันง่ายๆเหมือนย้ายสิ่งของอื่นๆ บางโรงพยาบาลห้องแล็บอยู่ชั้นสองเขาต้องทุบผนัง และใช้รถเครนยกขึ้นไป ระบบพวกนี้กว่าจะติดตั้งใช้งานกันได้ต้องใช้เวลาครับ ในขณะที่โรงพยาบาลก็ต้องให้บริการทุกวัน 

เรื่องนี้มันมีฉากที่ต้องให้โรงพยาบาลเข้าไปเกี่ยวก้อยด้วยเต็มๆแหละครับ BMS เรียกเก็บย้อนหลังกับ LIS หรือบริษัทน้ำยาได้ แต่กลับจะให้ LIS ห้ามผลักภาระไปที่โรงพยาบาล เหมือนจะดูดีนะครับ ว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายโรงพยาบาลได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่ข้อเท็จจริงแล้วโรงพยาบาลได้รับผลกระทบกันไปเต็มๆ ในส่วนของภาระค่าใช้จ่ายเชื่อเถอะครับว่าไม่พ้นที่บริษัทน้ำยาต้องขอบวกเพิ่มกับโรงพยาบาลในปีต่อๆไปอยู่ดี..

ยิ่งตอนนี้ท่านผู้ตรวจราชการมีการติดตามเรื่องค่าใช้จ่ายของห้องแล็บ และขอดูเปรียบเทียบกันแต่ละโรงพยาบาล และอยากให้ราคาการจัดซื้อน้ำยาลดลงอีกด้วย..

เข้าใจ ใจเขา..และใจเรามากขึ้นไหม๊ครับ

.............................................................................................................................................................

หาทางออกร่วมกัน

ผมติดตามอ่านโพสต์แจ้งรายชื่อโรงพยาบาลที่ได้รับการวางแผนติดตั้งระบบเชื่อมต่อ แต่ไม่มีชื่อโรงพยาบาลผมสักครั้ง จนรู้สึกอึดอัดและสงสัยว่าทำไมบริษัท LIS ไม่ยอมรีบดำเนินการและพัฒนากลายเป็นความไม่พอใจเล็กๆ จนกระทั่งได้รับคำอธิบายอีกแง่มุมหนึ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน และเป็นที่มาของบทความ "ถ้าอยากมองป่าทั้งป่า อย่ามองผ่านแมกไม้ " ถึง 4 ตอน

ในวันที่ 5 มิถุนายน 2556 นี้ จะมีการพูดคุยร่วมกันทั้ง BMS LIS บริษัทน้ำยา และตัวแทนจากทางโรงพยาบาล เพื่อจะไปพูดคุยหาทางออกร่วมกัน ที่บริษัท BMS ซึ่งผมการวางกรอบการเจรจาคร่าวๆกันไว้ดังนี้ครับ

  1. เรื่องเหตุผลในการเชื่อมต่อผ่าน BMS Gateway ถ้าทั้ง 3 ่ฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นธรรมเนียมการปฏิบัติระหว่าง HIS และ LIS  จะเป็นต้องเชื่อมต่อให้ถูกต้อง ก็คงจะข้ามไปคุยกันในหัวข้อที่ 2
  2. เรื่องค่าใช้จ่าย ในการพัฒนา software และค่าเชื่อมต่อกับ BMS-Gateway ในห้วข้อนี้ก็คงต้องพิจารณามากหน่อยครับ โดยแบ่งออกเป็นประเด็นย่อยๆ ดังนี้ครับ
    • เรื่องความเหมาะสมของราคา
    • ใครควรจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้บ้าง และรับผิดชอบกันคนกันอย่างไร รับผิดชอบคนละเท่าไหร่ ระหว่าง LIS บริษัทน้ำยา  และโรงพยาบาล
      ในเรื่องนี้หาเห็นด้วยร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ว่าราคาค่าพัฒนา software และค่าเชื่อมต่อระบบมีความเหมาะสม ก็จะคุยกันต่อในข้อที่ 3
  3. เงื่อนไขในการชำระเงิน ที่เหมาะสม พึงพอใจทั้งในส่วนของ BMS LIS และบริษัทน้ำยา
  4. การดำเนินงานต่อไป หากมีกรณีบริษัทน้ำยาหรือบริษัท LIS ไม่ให้ความร่วมมือในการชำระเงินค่าเชื่อมต่อให้เรียบร้อย
  5. ปัญหา BMS Gateway ที่ยังไม่เสถียรทำให้เกิดปัญหาในโรงพยาบาลบางแห่ง และการแก้ไขกรณีเกิดปัญหา 
  6. การทบทวนมาตรการล๊อคการแสดงผลแล็บ ถ้ากรณีข้อตกลง 1-5 ตกลงกันได้เรียบร้อย ควรมีการทบทวนในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้โรงพยาบาลที่ยังอยู่ในระหว่างการประสานเกิดปัญหา

โดยเป้าหมายร่วมกันน่าจะอยู่ที่
  • BMS-HOSxP สามารถดำเนินรักษามาตรฐานการตามนโยบายที่ต้องการให้เชื่อมต่อข้อมูล LIS ไปยัง BMS-Gatewayทุกบริษัท ด้วยเหตุผลเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูลในระบบของโปรแกรม HOSxP 
  • บริษัทน้ำยา และบริษัท LIS ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรที่ต้องทำธุรกิจร่วมกันกับ BMS-HOSxP  และต้องเสียค่าบริการในการพัฒนาโปรแกรม และค่าเชื่อมต่อ เข้าใจในนโยบาย ยินดีจ่ายค่าพัฒนา ค่าเชื่อมต่อ และสามารถจ่ายได้โดยให้มีผลกระทบกับการประกอบการของบริษัทน้อยที่สุด
  • โรงพยาบาลซึ่งเป็นลูกค้าทั้งของ BMS-HOSxP ,บริษัทน้ำยา และ LIS ไม่เดือดร้อน ไม่ควรต้องมาร้องขอการปลดล๊อค หรือได้รับผลกระทบจากปัญหา BMS Gateway ที่ยังไม่เสถียร
  • ทุกฝ่ายกลับมามีความสุขในการใช้งาน HOSxP อีกครั้ง






วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เปิดใช้งานโมดูลการออกใบเสร็จรับเงิน

นับจากวันขึ้นระบบเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2555 ถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน สำหรับโรงพยาบาลอุบลรัตน์ กับการใช้งาน HOSxP ถ้าเปรียบเทียบกับอายุคน ก็คงเป็นเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งหัดเดินเตาะแตะ

การเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศ ของของโรงพยาบาลอุบลรัตน์จากระบบเดิม มาเป็นระบบใหม่จะว่าไปก็เป็นไปแบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลมาจาก การต่อยอดความรู้ที่สะสมจากโรงพยาบาลอื่นๆ เมื่อข้อมูลถูกนำเข้าและแปรรูปเป็นสารสนเทศเพื่อนำไปใช้งาน แน่นอนครับว่าถ้าไปเทียบกับระบบเก่า ดูผิวเผินอาจจะคิดว่า ทำไมหนอยิ่่งใช้ ยิ่งมีแต่ปัญหามากมายเสียเหลือเกิน อันโน้นก็ไม่มี อันนี้ก็ไม่ได้ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นผลพวงมาจาก ปัญหาเดิมที่ไม่เคยรับรู้กันมาก่อน และถูกสะสม หมกเม็ดใต้พรม อุปมาอุปไมยเหมือนกับน้ำที่ลดหายไปจึงเหลือแต่เหมือนตอไม้ให้เห็นว่า แท้ที่จริงแล้วโรงพยาบาลยังมีสิ่งที่เป็นโอกาสพัฒนาอีกมากมาย และที่สำคัญที่สุด คือ การพบว่ามีปัญหาอย่างมากมายนั้น ไม่น่ากลัวเท่ากับการที่เราไม่รู้ว่ามันมีปัญหา

จากการติดตามผลการดำเนินงานสองครั้งล่าสุด ผมชี้ประเด็นเรื่องของการออกใบเสร็จรับเงินไว้ให้ทางคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลพิจารณา ซึ่งต้องใช้เวลาในการแก้ไขด้วยเหตุผลหลายประการเป็นความยุ่งยากที่ต้องเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ และอดทนรอ

สำหรับโรงพยาบาล ที่่ยังไม่มีนักคอมพิวเตอร์มาทำงานประจำ อาศัยนักคอม Past time จากโรงพยาบาลอื่นๆ ช่วยดูแลระบบให้ ผ่านระบบให้คำปรึกษาที่ทันสมัยในยุค 3G  วันนี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญอีกก้าวของโรงพยาบาลอุบลรัตน์ ที่สามารถติดตั้งและพัฒนาระบบมาจนถึงจุดสุดท้ายปลายทางของข้อมูลจนสามารถนำมาใช้ออกใบเสร็จรับเงินและรายงานประจำวันได้ เพราะจากจุดนี้จะช่วยให้ทีมได้เห็นข้อบกพร่อง ของระบบงานทั้งหมดได้ชัดเจนมากขึ้น ตั้งแต่การส่งตรวจ การให้สิทธิ์รักษาพยาบาล การลงบันทึกข้อมูลต่างๆ เพราะคนที่อยู่ปลายทางเปรียบเหมือนผู้รักษาประตู ซึ่งทำหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้ายที่จะมองเห็นการเล่นของทีมในภาพรวมได้ในมุมที่กว้างกว่า สามารถตะโกนบอกหรือสั่งการไปยังผู้เล่นคนอื่นๆในทีมให้เห็นปัญหาได้เช่นเดียวกัน..

"พี่ตา" ซึ่งทำหน้าที่ออกใบเสร็จเก็บเงินประจำวัน ก่อนหน้านี้ยังต้องเขียนใบเสร็จด้วยมือวันละหลายเล่ม เพราะระบบแยกเล่มใบเสร็จเพื่อให้สะดวกในการสรุปรายรับประจำวัน ยิ่งมาเจอกับ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่เขียนใบเสร็จกันจนปวดมือ ในช่วงแรก HOSxP แทบไม่ได้ช่วยอะไรมากแถมดูจะเป็นภาระยุ่งยากเสียอีก ทำให้ต้องชลอการใช้ระบบออกใบเสร็จรับเงินกันมานานเกือบปี แต่พี่ตาก็รับปากว่าจะพยายามใช้แม้ว่าจะช้าไปบ้าง ซึ่งทางทีมแอดมินก็ค่อยๆแนะนำการใช้งานที่ละนิด อย่างน้อยก็ให้พี่ตาคุ้นเคยกับ HOSxP 

วันนี้โรงพยาบาลอุบลรัตน์ ได้เปิดใช้งานโมดูลระบบการเงิน และออกใบเสร็จรับเงินจาก HOSxP ที่ง่ายและสะดวกสบายมากกว่า ลดภาระงานการเขียนใบเสร็จ และสรุปยอดรายรับประจำวันทำให้ได้ข้อมูลมีความสมบูรณ์ถูกต้องมากขึ้น ..

1 ปี 4 เดือน สำหรับเด็กน้อยที่เดินเตาะแตะได้แล้ว พัฒนาการขั้นตอนไปคงจะก้าวเท้าได้ไวและน่าวิ่งตามพี่ๆได้ในไม่เกิน 2-3 ปี

ปล.ตอนหัดวิ่งใหม่ๆต้องระวังหกล้มนะครับ เพราะล้มแล้วมันจะเจ็บตัวมากบางคนล้มแล้วได้แผลเลือดซิปๆ บางคนร้องไห้ น้ำตานองหน้า แต่เชื่อเถอะครับว่า "ล้มแล้ว..ก็ลุกขึ้นยืน" ได้ทุกคน

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556

การเดินทางกลับบ้าน..

24 เมษายน 2556
ผมมีโอกาสกลับมาโรงพยาบาลอุบลรัตน์ เพื่อติดตามการใช้งาน HOSxPหลังจากที่ติดตั้งระบบมาแล้วปีกว่าๆ ด้วยความเป็นศิษย์เก่าที่เคยอยู่ที่นี่มานาน การกลับมาแต่ละครั้งผมจึงมีความรู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้านหลังเก่า ที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดี..

โรงพยาบาลอุบลรัตน์ขึ้นระบบโดยใช้โปรแกรม HOSxP เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2555 ผ่านมา 1 ปี 3 เดือน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องอดทนกับการแก้ไขปัญหาต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้าน software  Hardware และ People ware แถมด้วยเรื่องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย.. 

ผมใช้เวลาในช่วงเช้าติดตั้ง และสอนการใช้งานเครื่อง Scan Document ที่เพิ่งได้รับมาใหม่สำหรับใช้ในการจัดเก็บเอกสารเวชระเบียนผู้ป่วยใน หลังจากนั้นจึงไปเริ่มตั้นตั้งแต่ห้อง Server ซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก ตามด้วยจุดบริการต่างๆ ติดตามดูการใช้งาน รับฟังปัญหา และความต้องการอื่นๆ
การบ้านสำหรับการมาทำงานในครั้งนี้ คือ การเซตระบบการเงินให้สามารถใช้งานได้จริง หลังจากที่ผ่านการศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้ายมาแล้ว ทีมงานก็อยากให้มีการออกใบเสร็จผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ในโปรแกรม HOSxP แต่ติดขัดด้วยปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการเงิน ดังนั้นการจะนำระบบใหม่ไปสวมในระบบเก่าเลยโดยทียังไม่ได้ทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมทำให้เรื่องง่ายๆกลายเป็นการคุยคนละเรื่องเดียวกัน

อุ้ม แอดมิน โรงพยาบาลแวงใหญ่และน้องเวชสถิติคนใหม่ มาร่วมสังเกตการณ์ และช่วยดูเรื่องการทำงานของ server และแก้ไขแบบฟอร์มตามความต้องการ ส่วนผมเตรียมเตรียมเรื่องของระบบการเงินและมีนัดประชุมกับทีมคลินิกในช่วงบ่ายสอง
ในภาพรวมของการใช้งานจากการสอบถามตามหน่วยงานต่างๆ และดูจากฐานข้อมูลมีการพัฒนาดีขึ้น และใช้งานครบทุกโมดูลหลักๆ ครั้งก่อนจำได้ว่ายังมีปัญหาในส่วนของงาน X-ray และงานห้องคลอดที่ยังไม่ลงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน แต่ในครั้งนี้ทั้งสองหน่วยงานได้ใช้งานเต็มระบบ และผมได้เพิ่มเติมในส่วนของการยืมคืนฟิลม์ x-ray ตามความต้องการของผู้ใช้
ส่วนงานคลินิก ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนทีมงานและมีปัญหาจาก LIS ที่ทำให้การใช้งานสะดุดมาระยะหนึ่งแล้ว ระบบไม่สามารถส่งตรวจ Lab ล่วงหน้าได้ และปัญหาเชิงระบบส่วนใหญ่ผมยังคงได้แค่รับฟัง เพราะเป็นเรื่องของคน ..กับคนที่ทำงานด้วยกัน มีข้อมูลตัวเลขที่น่าสนใจของคนไข้ที่มารับบริการที่คลินิกซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นตัวเลขที่สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจในเชิงบริหารจัดการได้  แม้จะมีเสียงบ่นจากทีมบ้างเรื่อง Hardware ที่พยาบาลต้องมาติดตั้งและต้องจัดเก็บเอง เพราะที่นี่ไม่มีนักคอมพิวเตอร์คอยบริการ แต่สำหรับผมขอชื่นชมตรงๆเลยครับว่า "สุดยอดมากๆ"  ทักษะพวกคอมพิวเตอร์นี่ยิ่งทำก็ยิ่งเก่งทำบ่อยๆมันก็เรื่องง่ายๆนั่นแหละครับ 

การเงิน..กับปัญหาเดิมๆ
เดิมทีพี่พรรณกำหนดให้ผมมาติดตั้งระบบการออกใบเสร็จรับเงินโดยใช้กระดาษต่อเนื่อง แต่ใบเสร็จโรงพิมพ์ยังดำเนินการไม่เรียบร้อย คาดว่าจะได้มาจริงๆในกลางเดือนพฤษภาคม 2556  พวกเราจึงร่วมกันออกแบบผสมผสาน คือการลดภาระงานที่เกินความจำเป็น ปัญหาที่ห้องการเงินหลักๆ คือ การออกใบเสร็จแบบแยกเล่ม เช่น ใบเสร็จสำหรับข้าราชการ 1 เล่ม ,ใบเสร็จสำหรับสิทธิชำระเงินอีก 1 เล่ม ,ใบเสร็จสำหรับกลุ่มบัตรทองอีก 1 เล่ม ฯลฯ สรุปว่ามีใบเสร็จ 3-4 เล่มที่ใช้งานอยู่ห้องการเงินในแต่ละวัน โดยทั้งนี้ทางงานการเงินให้เหตุผลว่าเพื่อสะดวกในการทำบัญชี โดยในเบื้องต้นได้กำหนดข้อตกลงดังนี้ครับ
  1. จัดทำคู่มือการตรวจสอบและแก้ไขการออกใบเสร็จรับเงินแบบง่ายๆ และแบบฟอร์มรายงานที่สามารถตอบโจทย์ในการทำบัญชีได้ ลดการใช้ใบเสร็จหลายๆเล่ม
  2. การเก็บเงินผู้ป่วย ให้ยึดตัวเลขข้อมูลให้ตรงกับค่าใช้จ่ายที่แสดงในโปรแกรม HOSxP 
  3. จัดอบรมการใช้งานให้เจ้าหน้าที่การเงินเพิ่มเติม (ยังไม่ได้ทำ)
สิ่งที่ได้ดำเนินการในครั้งนี้
  1. แก้ไขแบบฟอร์มใบสั่งยาสำหรับงานคลินิกพิเศษ
  2. แก้ไขแบบฟอร์มรายงานห้องการเงิน ที่เป็นยอดสรุป และ สรุปแยกรายสิทธิ
    • INCOME-SEND-LIST-1
    • INCOME-SEND-LIST-2
  3. แก้ไขแบบฟอร์มทะเบียน Refer
  4. จัดทำคู่มือการเงินฉบับย่อ สำหรับการเพิ่มรายการ และการแก้ไขรายการ
  5. แนะนำการใช้งานของโมดูลงานกายภาพบำบัด
  6. ติดตั้งโปรแกรม WelfareUC2010 สำหรับตรวจสอบสิทธิ online แบบกลุ่มผ่านเวปของ สปสช. โดยใช้ร่วมกับ Tools ของ Ds Service ซึ่งต้องให้อาร์มปรับแก้โปรแกรมเพิ่มเติม และได้ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยในเวอร์ชั่น 2.56.4.26
  7. ทดสอบให้ใช้งานโมดูลการเงินโดยสรุปค่าใช้จ่ายผ่านโปรแกรม HOSxP แต่ไม่ต้องพิมพ์ใบเสร็จ เพื่อให้สามารถสรุปรายงานได้
  8. ตรวจสอบและแก้ไขฐานข้อมูลของ HOSxP PCU
ปัญหาที่ยังต้องติดตามต่อไป
  1. การส่งข้อมูลจากงานผู้ป่วยในไป ห้องทันตกรรมไม่พบรายชื่อ (Bug 3.56.2.26 ) ตรวจสอบใน HOSxP เวอร์ชั่นเดือน 4.xx ไม่พบปัญหาดังกล่าว แนะนำให้อัพเวอร์ชั่น
  2. การส่งข้อมูลจากงานผู้ป่วยในไปงานกายภาพ ซึ่งหลังจากลงข้อมูลพบว่ามีเฉพาะรายการค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น แต่ไม่มีรายการหัตถการกายภาพ
  3. แก้ไขรายงาน 0110 รง.5
  4. แก้ไขรายงานสรุปของห้องคลอด
  5. แก้ไขรายงานสรุปของหอผู้ป่วยใน

25 เมษายน 2556
เช้าวันนี้จิ๊ก จาก รพ.แวงใหญ่ตามมาสมทบ และเพื่อเข้าร่วมรับฟังเกี่ยวกับ 43 แฟ้มในช่วงบ่าย ช่วงเช้าผมจึงเก็บตกรายละเอียดของงานต่างๆ ที่ยังค้างมาจากเมื่อวาน วันนี้ผมได้เชิญท่านผู้อำนวยการและคณะกรรมการบริหารเข้าร่วมรับฟังเกี่ยวกับ 43+7 แฟ้ม แต่น่าเสียดายเวลาค่อนข้างจำกัดและสื่อที่ใช้นำเสนอไม่ค่อยเป็นใจ บวกกับการรับฟังในช่วงบ่ายๆ โดยส่วนตัวสำหรับผมในวันนี้ทำไม่ได้ค่อยดีเท่าไหร่นัก เป็นบทเรียนที่ผมต้องบันทึกไว้ในสมุดส่วนตัวว่าต้องให้ความสำคัญกับภาพของภาพและเสียง

พวกเราปิดงานในช่วง 16.00 น. โดยภาพรวมผมคิดว่า โรงพยาบาลอุบลรัตน์มีการพัฒนาที่ค่อนข้างก้าวหน้าได้ตามแผนนะครับ แม้ว่าจะมีอุปสรรคไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องเกินความคาดหมายจริงๆ 

ก่อนกลับผมได้รับหนังสือ ต้นยางนา จากผู้อำนวยการ และของฝากจากพี่อิ๋ว พี่พรรณ พี่สาวใจดีทั้งสองคน ที่คอยดูแลน้องชายคนนี้อย่างดี ขอบคุณแบงค์ ตงตง แนท อุ้ม จิ๊ก และน้องทิวลิปที่ร่วมด้วยช่วยกัน น้องๆยังคงต้องเหนื่อยกับการดูแลรักษาระบบในฐานะแอดมิน กันอีกเยอะกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง แต่ก็เชื่อว่าจะทำให้น้องๆแข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาได้ทุกสถานะการณ์



ระหว่างทางที่ขับรถกลับบ้าน ตะวันกำลังใกล้ลับขอบฟ้า ผมครุ่นคิดถึงเรื่องราวมากมายที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ บางเรื่องภาพความทรงจำอาจดูจะเลือนลาง แต่ก็ยังแจ่มชัดในความรู้สึก..

มีคนเคยบอกไว้ว่า
"โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีผู้คนมากมาย โอกาสที่คนเราได้มาพบมาเจอะเจอกันนั้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ .."