วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

SPA II - 5.1 ระบบบริหารเวชระเบียน (MRS.1)


องค์กรจัดให้มีระบบบริหารเวชระเบียนที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย.
ก. การวางแผนและออกแบบระบบ
(1) มีการกำหนดเป้าหมายของการบันทึกเวชระเบียนร่วมกันโดยทุกวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง. เป้าหมายครอบคลุมการสื่อสาร ความต่อเนื่องในการดูแลรักษา และการประเมินคุณภาพ

เกณฑ์พิจารณา
จุดเด่น การปรับปรุง ผลลัพธ์ โอกาสและแผนพัฒนา
ทีมสหสาขาวิชาชีพและวันที่มาร่วมกันกำหนดเป้าหมาย


-       มีการประชุมตัวแทนกรรมการตรวจสอบเวชระเบียน จากหลากหลายสาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบเวชระเบียน และกำหนดมาตรฐานการบันทึกเวชระเบียนตามเกณฑ์มาตรฐานของ สปสช. และตามนโยบายของโรงพยาบาล
-       โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของเวชระเบียนผู้ป่วยในให้มากกว่า 80% และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก เพื่อความต่อเนื่องในการดูแลรักษาหลังจำหน่ายผู้ป่วย
-       กรรมการตรวจสอบเวชระเบียนร่วมกับทีมสารสนเทศได้ปรับเปลี่ยนแบบฟอร์มหน้าตาของเวชระเบียนผู้ป่วยนอกให้ถูกต้องตามเกณฑ์มากขึ้น และจัดทำ software เพื่อให้ง่ายต่อการประมวลผล มีแผนที่จะใช้ข้อมูลในปี 2554 ไปสู่การตั้งเป้าหมายในปีต่อไป
เป้าหมายที่ได้กำหนดร่วมกัน

-       การสุ่มตรวจเวชระเบียนผู้ป่วยนอกกำหนดไว้ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนผู้รับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก สุ่มตรวจทุก 4 เดือน เฉพาะผู้รับบริการในช่วงเวลาทำการไม่นับรวมผู้ป่วยนัดทั่วไป กรณีผู้ป่วยที่มานอกเวลาราชการได้มีการตรวจสอบเวชระเบียน 100 เปอร์เซ็นต์จากองค์กรแพทย์
-       การสุ่มตรวจเวชระเบียนผู้ป่วยในกำหนดไว้ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ทุกเดือน หรืออย่างน้อย 25 แฟ้ม หรือ 5 แฟ้มต่อแพทย์เจ้าของไข้ 1 คน
ส่วนขาดที่ประเมินได้

-       การตรวจสอบเวชระเบียนผู้ป่วยนอกเนื่องจากพึ่งมีการกำหนดเกณฑ์ขึ้นใหม่และยังไม่มีข้อมูลในการตรวจสอบมาก่อนจึงกำหนดเป้าหมายของความสมบูรณ์เวชระเบียนผู้ป่วยนอกที่ 72 เปอร์เซ็นต์



-       การลงนามให้แพทย์ทำหัตถการแก่ผู้รับบริการในใบ Informed consent  ตามเกณฑ์ใหม่ต้องมีการยินยอมจากผู้รับบริการเกือบทุกหัตถการไม่ว่าจะเป็นถอนฟัน เจาะปอด เจาะท้อง เย็บเอ็นรวมทั้งกล้ามเนื้อ แต่งแผล ผ่าผี ตัดไฝ ดัดกระดูกแบบที่ไม่ต้องผ่า ฯลฯเป็นหัตถการที่ทำเป็นประจำ ซึ่งพบว่าแบบฟอร์มเดิมไม่ได้กำหนดไว้ให้ผู้รับบริการหรือญาติลงนามยินยอม โดยทางกรรมการจะดำเนินการออกแบบฟอร์มและประชุมร่วมกับทีมสหวิชาชีพ

(2) การออกแบบระบบเวชระเบียนเป็นผลจากการประเมินความต้องการของผู้ให้บริการ ผู้บริหาร รวมทั้งบุคคลและหน่วยงานภายนอก.
 เกณฑ์พิจารณา
จุดเด่น การปรับปรุง ผลลัพธ์ โอกาสและแผนพัฒนา
ความต้องการของผู้ใช้เวชระเบียน
-       แยกความต้องการตามวิชาชีพต่างๆ
-       แพทย์ พยาบาลต้องการ ลดความซ้ำซ้อนในการบันทึกเวชระเบียน  เข้าถึงข้อมูลสะดวกทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน  ดูข้อมูลย้อนหลังได้
-       เภสัชกร ต้องการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา สามารถลงประวัติแพ้ยาที่เชื่อมโยงทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ได้
-       สื่อสารให้ทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องรับทราบได้
-       ผู้บริหาร ต้องการบันทึกข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง สามารถส่งข้อมูลได้ทันเวลา
-       ผู้รับบริการ ต้องการขอข้อมูลการรักษาของตนเองได้ รักษาความลับเฉพาะบุคคล
-       เวชระเบียนไม่สูญหายหรือมีแนวทางรองรับ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลจากเวชระเบียนได้ ในส่วนผู้ป่วยนอกสามารถดูได้จาก Patient EMR ในโปรแกรม HOSxP  และผู้ป่วยในได้มีการสแกนเอกสารแยกเก็บตาม AN ตั้งแต่ปี 2553
-       มีการตรวจสอบข้อมูลก่อนบันทึก โดยค้นหาจากเลขประจำตัวประชาชน,ค้นหาจากการสแกนลายนิ้วมือกรณีผู้ป่วยต่างด้าว ที่ไม่มีข้อมูลบัตรประจำตัวหรือเอกสารยืนยันที่ชัดเจน และมีการบันทึกภาพถ่ายผู้รับบริการ เพื่อช่วยให้การการส่งข้อมูลเวชระเบียนเพื่อตรวจรักษาถูกต้อง ถูกคน
การปรับปรุงและ redesign ที่เกิดขึ้น
-       ลดความซ้ำซ้อนเช่น รวมแบบประเมินสมรรถนะผู้ป่วยไว้ในบันทึกadmission note  การบันทึกสัญญาณชีพ น้ำหนัก ส่วนสูง BMI ครั้งเดียวในระบบคอมพิวเตอร์สามารถดูข้อมูลได้ทุกจุดบริการ
-       มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาในใบสั่งยา และหน้าจอจ่ายยาในโปรแกรม HOSxP  สามารถลงประวัติแพ้ยาและพิมพ์บัตรแพ้ยาได้ที่หน้าจอจ่ายยา 
-       ปรับปรุงแบบบันทึกให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจสอบเวชระเบียน ดังนี้
1.    งานอุบัติเหตุฉุกเฉินได้ปรับเมื่อ ต.ค. 2553 เพิ่มช่องลงบันทึกเวลาที่คนไข้มา เวลาที่ตรวจ เวลารายงานแพทย์ อันนำไปสู่การเก็บข้อมูลรายงาน
2.    จัดทำแบบฟอร์มการตรวจรักษาโรคเรื้อรังเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง HIV ซึ่งจะแสดงผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไว้ในใบสั่งยา
3.    จัดทำแบบฟอร์ม เพื่อเก็บข้อมูลบริการของงาน     ทันตกรรม โดยเพิ่มแบบฟอร์มเอนกประสงค์ (UE) และเปลี่ยนสีของกระดาษเวชระเบียนทันตกรรมเป็นสีฟ้า เพื่อให้แตกต่างจากการรับบริการจากแผนกผู้ป่วยนอก
4.    ในปี 2554 งานผู้ป่วยนอก ร่วมกับทีมสารสนเทศเปลี่ยนแบบฟอร์มในการพิมพ์เวชระเบียนผู้ป่วยนอกทั่วไป เพื่อให้สามารถพิมพ์ผลLabออกมาได้ ย่อตัวอักษรให้เล็กลงให้อยู่ในขนาดที่สามารถมองเห็นได้และใช้เนื้อที่อย่างคุ้มค่าที่สุด มีการเพิ่มช่องที่ต้องบันทึกและบังคับให้ลงในช่องที่จำเป็นต้องมีในผู้ป่วยทุกราย แสดงผลการตรวจ X-ray, U/Sดังตัวอย่างที่จะแสดง โดยทั้งหมดที่กล่าวมาถึงสามารถปรับเปลี่ยนได้เองตามความต้องการของผู้ใช้
-       เวชระเบียนผู้ป่วยใน มีการปรับการบันทึกทางพยาบาลจากเดิม Checklist เป็นแบบเขียนให้ตอบสนองกับเกณฑ์, ปรับรูปแบบบันทึกแรกรับโดยแพทย์ให้ง่ายต่อการบันทึกและช่วยเตือนในการประเมินให้ครบถ้วน


การประเมินว่าระบบที่ปรับปรุงแล้วตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้เพียงใด
-       หลังการปรับเปลี่ยนพบว่า สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี  ผู้ใช้พึงพอใจ
-       โรงพยาบาลได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากความสมบูรณ์ของข้อมูลมากขึ้น


(3) องค์กรมีนโยบายและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเวชระเบียนผู้ป่วยที่เหมาะสม ในด้านการบันทึก การแก้ไข การรับคำสั่ง การใช้รหัสมาตรฐาน การจัดเก็บ การเข้าถึง และการทำลาย
เกณฑ์พิจารณา
จุดเด่น การปรับปรุง ผลลัพธ์ โอกาสและแผนพัฒนา
ปัญหาที่พบจากการสำรวจการปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติ การปรับปรุงที่ได้ดำเนินการ และผลการประเมินรอบสุดท้าย
-       กรรมการสารสนเทศได้ปรับปรุงนโยบาย และวิธีปฏิบัติการบริหารเวชระเบียนเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน เมื่อ ตุลาคม 2553 และมีการติดตามเยี่ยมในบางหน่วยงาน เพื่อค้นหาความเสี่ยง การดำเนินงานตามนโยบาย และแนวทางปฏิบัติไปพร้อมๆกัน พบปัญหา ดังนี้
1.    การรับคำสั่งการรักษาทางวาจา (หรือโทรศัพท์) พบว่ายังมีบางส่วนไม่ได้รับการเซ็นชื่อรับรองโดยแพทย์อันเป็นการยืนยันคำสั่งการรักษาจริง
2.    พบปัญหาการลงรหัสโรค รหัสหัตถการไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนได้จัดทำเอกสารการแก้ไขการลงรหัสโรค และรหัสหัตถการผิดพลาดที่พบจากการตรวจสอบส่งไปให้องค์กรแพทย์ และผู้เกี่ยวข้องทราบ
3.    พบปัญหาแฟ้มเวชระเบียนตกค้างตามหน่วยงาน ไม่ส่งกลับคืนห้องเวชระเบียนภายหลังเสร็จสิ้นการให้บริการ ทำให้เสียเวลาในการติดตาม ได้จัดทำแนวทางในการแก้ไขโดย ให้ลงรับกลับแฟ้มเวชระเบียนในโปรแกรม HOSxP ทุกวัน และเก็บข้อมูลเพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
4.    การปฏิบัติตามแนวทางการรักษาความลับผู้ป่วย พบว่ามีปัญหาเรื่องความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติไม่ตรงกัน ได้ดำเนินการแก้ไขโดยจัดทำเอกสารและประชุมชี้แจงบุคลากรใหม่ และประชุมชี้แจงบุคลากรประจำปี  100 เปอร์เซ็นต์



5.    การปรับปรุงกำหนดสิทธิ์ของผู้เข้าถึงข้อมูลและมีการกำหนดชั้นความลับของข้อมูลในโปรแกรม HOSxP
-       จากการประเมินในเดือน เม.ย. 2554 พบการลงรหัสการวินิจฉัยโรคในผู้ป่วยใน มีความถูกต้องมากขึ้น ค่าเฉลี่ยในส่วนของคุณภาพการบันทึกการวินิจฉัยโรคและหัตถการเท่ากับ 86.02 % สูงกว่าเป้าหมาย และพบว่ามีการเซ็นกำกับคำสั่งการรักษาทางวาจาทุกครั้ง

(4) ข้อมูลในบันทึกเวชระเบียนได้รับการบันทึกรหัสและจัดทำดัชนีเพื่อนำไปประมวลผลเป็นสารสนเทศการดูแลผู้ป่วยที่มีคุณภาพในเวลาที่เหมาะสม.
เกณฑ์พิจารณา
จุดเด่น การปรับปรุง ผลลัพธ์ โอกาสและแผนพัฒนา
ปัญหาการบันทึกรหัส การประมวลผลสารสนเทศ และการปรับปรุงที่เกิดขึ้น
-       การให้รหัสวินิจฉัยโรค (ICD10)ไม่ถูกต้อง ซึ่งพบปัญหาจากแพทย์ใช้ทุนที่มาปฏิบัติงานใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการลงรหัส ทางทีมได้ดำเนินการแก้ไขโดยจัดทำคู่มือการลงวินิจฉัย,หัตถการ ,การใช้ ICD code map ในโปรแกรม HOSxP เพื่อช่วยค้นหาข้อมูลรหัสโรค และแจ้งข้อมูลกลับให้กับองค์กรแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
-       การให้รหัสวินิจฉัยหัตถการ(ICD9)ไม่ถูกต้องพบว่ามีปัญหาที่ฐานข้อมูลในโปรแกรม HOSxP มีการตั้งค่าฐานข้อมูลรหัส ICD9 ไม่ครบและไม่ครอบคลุมในหัตถการที่ได้ทำจริงใน รพ. จึงมีการประชุมเพื่อปรับปรับฐานข้อมูลใหม่
-       ศูนย์คอมพิวเตอร์ได้จัดทำ software สำหรับตรวจสอบหาข้อผิดพลาดการลงรหัสการวินิจฉัยโรค รหัสหัตถการ และสามารถจัดทำรายงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลได้ถูกต้อง และรวดเร็วมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อนในการลงบันทึกข้อมูลบางรายงาน
-       เพิ่มอัตรากำลังเจ้าพนักงานเวชสถิติอีก 1 ตำแหน่ง เพื่อดูแลและตรวจสอบการลงบันทึกรหัสการวินิจฉัยโรค ให้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้อง และทันเวลา ซึ่งทำให้ผลการส่งข้อมูล OPPP , ข้อมูลส่งเบิก สปสช.ผ่านโปรแกรม e claim และโปรแกรมต่างๆ มีผลคะแนนคุณภาพที่ดี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง คุณภาพของการส่งข้อมูล ของ สปสช.เขต 8 ในปี พ.ศ. 2552

การใช้ประโยชน์จากสารสนเทศที่ประมวลผลให้ CLT/PCT

-       การประมวลผลข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยคลินิกเบาหวานในโปรแกรม DSHOSxP จนได้รับรางวัลโปรแกรมเสริมดีเด่น จากทีมงานผู้พัฒนาโปรแกรม HOSxP ในปี 2553
-       มีการจัดทำรายงานตามความต้องการของหน่วยงาน โดยใช้ผ่าน custom report ในโปรแกรม HOSxP เพื่อให้หน่วยงานสามารถประมวลผลรายงานได้เอง  ซึ่งได้ใช้ประโยชน์เป็นข้อมูลนำเข้าประกอบการวางแผนขององค์กร และหน่วยงาน เช่น อันดับโรคผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ฯลฯ
-       นำข้อมูลสารสนเทศที่ประมวลผลแล้วนำเสนอเป็นสรุปข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ เผยแพร่ผลงานผ่านทางเวปไซด์ของโรงพยาบาล

(5) องค์กรประเมินและปรับปรุงระบบบริหารเวชระเบียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบตอบสนองความต้องการขององค์กรและผู้ป่วย.
เกณฑ์พิจารณา
จุดเด่น การปรับปรุง ผลลัพธ์ โอกาสและแผนพัฒนา
ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบบริหารเวชระเบียนและการปรับปรุงที่เกิดขึ้น
-       มีการเยี่ยมสำรวจในแต่ละเดือนๆละ 1-2 หน่วยงานโดยกรรมการสารสนเทศ เน้นตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ เพื่อนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะไปปรับปรุงระบบบริหารเวชระเบียนให้เหมาะสมแต่ยังไม่ได้ทำการประเมิน เรื่องการปฏิบัติตามระเบียบ แนวทางปฏิบัติอย่างครอบคลุม
-       มีรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงเกี่ยวกับการค้นหาเวชระเบียนไม่พบ ต้องออกบัตรแทน ในรอบ 3 ปี ลดลง (ปี 2551 พบ 12 ครั้ง ปี 2552 พบ 9 ครั้ง และในปี 2553 พบ 6 ครั้ง)
-       มีรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดการเปิดเผยความลับในเวชระเบียน เช่น พบเวชระเบียนวางไว้ในจุดบริการที่ไม่เหมาะสม มีบุคคลภายนอก เช่น นักศึกษาฝึกงานเข้าใช้โปรแกรมHOSxP โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้มีการชี้แจงเรื่อง การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล ให้กับเจ้าหน้าที่100% เมื่อ 7-8 พฤษภาคม 2554




-       ปีงบประมาณ 2553 มีรายงานผลการส่งข้อมูลผู้ป่วยในจาก สปสช.พบว่ามีค่า AdjRW เฉลี่ย 0.72 สูงกว่าในปี 2552 ที่มีค่า AdjRW เฉลี่ย 0.66 และสูงกว่าโรงพยาบาลในระดับเดียวกันภายในจังหวัด (รพ.ชุมชนขนาด 60 เตียงภายในจังหวัดทุกโรงมีค่า AdjRW ต่ำกว่า 0.7) ซึ่งค่า AdjRW เป็นค่าที่แสดงถึงศักยภาพการให้บริการและคุณภาพการบันทึกข้อมูลของโรงพยาบาล และพบการถูกเรียกสุ่มตรวจแฟ้มเวชระเบียนผู้ป่วยใน  เพื่อค้นหาความผิดพลาดโดยคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพการบันทึกเวชระเบียน สปสช. มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง (จำนวนสุ่มตรวจลดลงส่วนหนึ่งหมายถึงการตรวจพบความผิดพลาดน้อยลง) ในปี 2551 ถูกสุ่มจำนวน 95 แฟ้ม ปี 2552 ถูกสุ่มจำนวน 65 แฟ้ม ในปี 2553 ถูกเรียกสุ่ม 40 แฟ้ม และในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ถูกเรียกสุ่ม 34 แฟ้ม

ข. การรักษาความปลอดภัยและความลับ
(1) เวชระเบียนได้รับการป้องกันการสูญหาย ความเสียหายทางกายภาพ และการแก้ไขดัดแปลง เข้าถึง หรือใช้โดยผู้ไม่มีอำนาจหน้าที่.
เกณฑ์พิจารณา
จุดเด่น การปรับปรุง ผลลัพธ์ โอกาสและแผนพัฒนา
ความเสี่ยงที่สำรวจและวิเคราะห์ได้ และการดำเนินการปรับปรุงที่เกิดขึ้น
-       สถานที่เก็บเวชระเบียนเป็นสัดส่วนเฉพาะ มิดชิด ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องแต่อยู่ในห้องที่มีโครงสร้างค่อนข้างเก่าแก่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี ส่งผลให้เอกสารเวชระเบียนบางส่วนชำรุดจากน้ำฝนที่ซึมผ่านโครงสร้างตึก ได้ดำเนินการแก้ไขโดยปรับเปลี่ยนตู้เก็บเวชระเบียนให้กันน้ำได้ และขนย้ายแฟ้มเวชระเบียนที่ถูกเรียกใช้งานน้อยไปคลังเก็บเอกสารของโรงพยาบาล
-        กำหนดลำดับชั้นของการเข้าถึงข้อมูล ในโปรแกรม HOSxP เช่น เจ้าหน้าที่ห้องบัตรสามารถทำบัตรใหม่ บันทึกข้อมูลประวัติทั่วไป ส่งตรวจรักษา  แต่ไม่สามารถเข้าดูข้อมูลประวัติการรักษาได้ทั้งหมด





-       ปรับปรุงระบบการรับ-ส่งเวชระเบียนในแต่ละวันเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องแฟ้มเวชระเบียนสูญหาย โดยกำหนดให้มีการบันทึกการส่งออกแฟ้มเวชระเบียนไปตามจุดบริการต่างๆ พร้อมทั้งจัดให้มีการติดตามรับกลับโดยใช้โปรแกรม HOSxP เพิ่มความสะดวกในการทำงานมากยิ่งขึ้น
-       ข้อมูลมีโอกาสสูญหายจาก server เสียหายป้องกันโดยทำระบบสำรองโดยมีserverหลัก /รองที่แยกจากกัน และสำรองข้อมูลทุกวัน  เวชระเบียนมีโอกาสถูกแก้ไขดัดแปลงจากการ hac ป้องกันโดยให้ มีรหัสเฉพาะบุคคลและรหัสเดียวใช้ได้ 1 เครื่องในเวลาเดียวกัน กำหนดให้เปลี่ยนรหัสผ่านทุก6เดือน มีระบบบันทึกการเข้าใช้งาน และการแก้ไขข้อมูลต่างๆ  การแก้ไขข้อมูลให้สิทธิเฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น

(2) องค์กรกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่จำเป็นเพื่อรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของผู้ป่วยในเวชระเบียน.
เกณฑ์พิจารณา
จุดเด่น การปรับปรุง ผลลัพธ์ โอกาสและแผนพัฒนา
ปัญหาที่พบจากการสำรวจการปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติ การปรับปรุงที่ได้ดำเนินการ และผลการประเมินรอบสุดท้าย
-       จัดทำระเบียบปฏิบัติเรื่อง “นโยบายการบริหารเวชระเบียน” และประชุมชี้แจงให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนทราบ โดยเฉพาะเรื่องความลับของผู้ป่วยและความปลอดภัยของข้อมูล” กรณีมีบุคลากรใหม่เข้ามาปฏิบัติงานจะต้องผ่านการอบรมการใช้งานก่อนที่จะกำหนด username และ รหัสผ่าน สำหรับการเข้าใช้งานในโปรแกรม HOSxP
-       รายละเอียดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

(3) องค์กรให้ความรู้แก่บุคลากรอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการรักษาความลับ วิธีการจัดการเมื่อมีการขอให้เปิดเผยข้อมูลซึ่งเป็นการละเมิดการรักษาความลับ

เกณฑ์พิจารณา
จุดเด่น การปรับปรุง ผลลัพธ์ โอกาสและแผนพัฒนา
วิธีการปลูกจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อการรักษาความลับ
-       มีเอกสารระเบียบปฏิบัติเรื่อง “นโยบายและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับระบบบริหารงานเวชระเบียน” และจัดให้มีการชี้แจงเป็นประจำปีแก่เจ้าหน้าที่ทุกคน และโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานใหม่ต้องจัดให้มีการชี้แจงผ่านกระบวนการปฐมนิเทศ ถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิด เปิดเผยข้อมูลซึ่งเป็นความลับของผู้รับบริการว่ามีบทลงโทษสถานใดบ้าง
-       มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยงานชี้แจงวิธีปฏิบัติเรื่อง การขอให้เปิดเผยข้อมูลเวชระเบียนแก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน

(4) องค์กรมีกระบวนการให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศในเวชระเบียนของตนได้ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายร่วมอยู่ด้วย.
เกณฑ์พิจารณา
จุดเด่น การปรับปรุง ผลลัพธ์ โอกาสและแผนพัฒนา
ประเมินผลด้วยวิธีเชิงคุณภาพ (จุดแข็ง จุดอ่อน เรื่องเล่า) เกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐานข้อนี้

-       กรณีผู้ป่วยหรือญาติขอดูข้อมูลประวัติการรักษาขณะเข้ารับบริการ อนุญาตให้ดูข้อมูลได้เมื่อมีเจ้าหน้าที่อยู่ด้วย และหากต้องการนำข้อมูลออกนอกโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เวชระเบียนจะทำสำเนาให้ และต้องขออนุญาตผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามวิธีปฏิบัติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น