แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รพ.หนองสูง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รพ.หนองสูง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

22 ปี มิตรภาพ..มั่นยืน ....ตอนที่ 2

ต่อจากตอนที่แล้ว..

16 ตุลาคม 2555
วันที่สองของการอบรม วันนี้บุญมีจะอยู่ร่วมประชุมได้ครึ่งวันเพราะตอนบ่ายติดภาระกิจต้องไปเป็นช่างภาพอาจจะกลับดึก ผมเลยบอกกับเพื่อนว่าตามสบายเพราะยังไงวันนี้ก็ตั้งใจจะอยู่ปรับฐานของโรงพยาบาลหนองสูงให้เรียบร้อย อีกอย่างจุฬาก็มีบ้านพักอยู่ในโรงพยาบาลคงไม่มีปัญหาอะไร ถ้างานเสร็จก่อนคงนั่งเล่นนอนเล่นอยู่แถวนั้นก็ได้ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืน ทุกที..(ฮา)


เนื้อหาของวันที่สอง ยังคงเป็นการใช้งานโมดูลต่างๆ ใน HOSxP เทคนิคการนำเสนอส่วนใหญ่ผมใช้วิธียกตัวอย่างปัญหาจากฐานข้อมูลของโรงพยาบาลหนองสูง แต่ไม่ได้เน้นอธิบายขั้นตอนการใช้โมดูลต่างๆ แบบละเอียด เพราะคิดว่าส่วนใหญ่คงเข้าใจวิธีการใช้งานกันดีอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะไม่ทราบเทคนิควิธีบางอย่างเท่านั้นเอง แต่พอเอาเข้าจริงผมพบว่าเจ้าหน้าที่ยังเข้าใจการใช้งาน HOSxPไม่ทั้งหมด บางเมนู บางปุ่มไม่เคยใช้ หรือแม้แต่ความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ  ที่จริงจะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกนะครับ หลายๆโรงพยาบาลก็เป็นแบบนี้ส่วนใหญ่ใช้งานเฉพาะที่เคยทำ หรือเคยได้รับการถ่ายทอดมา ส่วนจะอย่างไร อะไร  ทำไมไม่ค่อยมีคนอยากขยายความรู้ต่อ

หลังพักรับประทานอาหารกลางวัน ผมชวนผู้เข้าร่วมประชุมไปเดินย่อยดู FLOW งานของโรงพยาบาลหนองสูง โดยหน่วยงานหลักๆที่ผมตั้งใจจะไปดู คือ OPD ER ห้องยา การเงิน และผู้ป่วยใน ประเด็นที่น่าสนใจจากการเดินดูระบบงานของโรงพยาบาลหนองสูง คือ ยังใช้การคีย์และเขียนบันทึกลงในแบบฟอร์มเป็นสองระบบที่ทับซ้อนกันอยู่ แต่ละหน่วยงานจึงยังคงมีทะเบียนเอกสารอยู่มาก อาจจะเป็นเพราะคอมพิวเตอร์ยังไม่ตอบสนองในการทำงานทำให้ยังวางใจยกเลิกเอกสารทะเบียนต่างๆไม่ได้ แต่เท่าที่มีโอกาสพูดคุย ซักถามเจ้าหน้าที่ตามฝ่ายงาน ทะเบียนเอกสารต่างๆ หลายเรื่องที่ทำก็เพราะความเคยชิน เพราะทำต่อๆกันมา
หลังเลิกอบรม พวกเรามีเวลาพักกันเล็กน้อยก่อนจะมาตั้งวงที่ห้องฝ่ายแผนงานเพื่อเตรียมการปรับฐานข้อมูล โต๊ะเก้าอี้ภายในห้องถูกขยับจับโยกย้ายเป็นห้องทำงานชั่วคราว ซึ่งผมจะช่วยปรับฐานข้อมูลจริงสำหรบการเตรียมส่งออก 21 แฟ้ม ตารางไหนที่เป็นตารางมาตรฐานสามารถปรับได้เลยก็ทำทันที แต่ถ้าตารางไหนที่ยังเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายคงต้องเก็บเอาไว้อธิบายให้ผู้ใช้เข้าใจก่อนที่จะปรับ ซึ่งก็สามารถทำให้สามารถส่งออก 21แฟ้มได้สมบูรณ์มากขึ้น จุฬารับอาสาทำหน้าที่เป็นเจ้ามือซื้อกับข้าวเย็นมาเลี้ยง วางมือจากงานกินข้าวมื้อเย็นเรียบร้อย ก็กลับไปปรับฐานกันต่อ
บุญมีเสร็จจากงานแวะมารับผมที่โรงพยาบาลหนองสูง แต่งานปรับฐานยังไม่เสร็จเลยต้องนั่งรอผมทำงานต่อจนกระทั่งเป็นสามทุ่มกว่าๆ ทีมงานทุกคนเหนื่อยล้ามาทั้งวัน จึงคิดว่าน่าจะพักผ่อนกันได้แล้ว พรุ่งนี้ยังมีงานต่ออีกครึ่งวัน

17 ตุลาคม 2555
วันที่สามของการอบรม วันนี้บุญมีติดประชุมที่จังหวัดยโสธร ต้อยเองก็ต้องไปทำงานเพราะลางานไว้ 2 วัน ทำให้ผมและครอบครัวต้องเก็บข้าวของเตรียมเดินทางกลับให้เรียบร้อย มีอุปสรรคเล็กๆในตอนเช้าน้ำประปาในละแวกบ้านไม่ไหล ต้อยจึงพาแม่บ้านและเด็กๆไปอาบน้ำที่บ้านญาติ ในช่วงสองวันที่ผ่านมาต้องขอบคุณต้อย หรือแม่ต้อยของเด็กๆ ที่ช่วยเป็นธุระทั้งเรื่องอาหารการกิน ที่หลับทีนอน และยังเป็นไกด์พาเป็นเที่ยวมุกดาหาร เท่าที่ฟังจากแม่บ้านและดูจากรูปถ่ายได้ไปเที่ยวกันหลายที่โดยเฉพาะที่หอแก้ว ลูกชายคนเล็กผมบอกว่าอยากไปดูเพราะได้ข้อมูลมาจากแสตมป์ของ 7-11 เออ ผมเพิ่งรู้สึกว่ามันมีประโยชน์ก็ตรงนี้แหละ..

หลังจากที่ทุกคนพร้อมข้าวของสัมภาระเก็บขึ้นรถเรียบร้อย พวกเราร่ำลาต้อยและออกเดินทางไปต่อ วันนี้ผมยังมีภาระกิจสอนอีกครึ่งวัน ส่วนเด็กๆและแม่บ้านคงให้นั่งเล่นอยู่ที่บ้านจุฬา

เนื้อหาสำคัญของวันที่สาม อยู่ที่เรื่องข้อมูล บัญชี 1-8 ที่มีความไม่สมบูรณ์อยู่เยอะมาก จากการดูคร่าวๆ โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมตรวจสอบ โดยเฉพาะบัญชี 1ที่ยังเป็นจุดอ่อนและส่งผลต่อบัญชีอื่นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผมได้ชี้จุดที่ควรแก้ไขเร่งด่วน และวิธีการตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น จากเดิมที่คิดว่าจะจบเนื้อหาที่ครึ่งวัน แต่สุดท้ายกว่าจะออกจากโรงพยาบาลหนองสูงได้ก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองสูงเข้ามาร่วมรับฟังในช่วงท้ายๆ และกล่าวปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ มีการมอบของที่ระลึกซึ่งเป็นผ้าพื้นเมืองของจังหวัดมุกดาหาร และถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกก่อนที่จะแยกย้ายกันเดินทางกลับ


ตอนเช้าพี่บี้โทรมาหาผมย้ำหนักย้ำหนาให้แวะไปเอาของฝากด้วย ทำให้ผมเปลี่ยนเส้นทางกลับจากที่คิดว่าจะไปทางขอนแก่นเลยต้องย้อนกลับไปตามเส้นทางเดิม เพื่อไปแวะรับของฝากจากพี่บี้ที่อำเภอสว่างแดนดิน  แต่กว่าจะไปถึงก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่าพี่บี้บอกว่าถ้ามาเร็วกว่านี้จะพาไปเลี้ยงข้าว   ผ่านมาทางสว่างแดนดินเมื่อไรรับรองได้ว่าไม่อดตายแน่ๆ เสียดายมีเวลาอยู่คุยด้วยไม่นานเพราะต้องรีบเดินทางต่อ ได้ของฝากเป็นขนมเค๊กพร้อมของกินเล่นสำหรับเด็กๆ ขอบคุณพี่บี้ครับ..

ตลอดเส้นทางขากลับ ผมเพิ่งสังเกตว่ามีปั้ม ปตท.และ 7-11 มีให้บริการเป็นระยะๆ แต่ละอำเภอที่ผ่านก็มีโลตัสขนาดย่อมที่รุกคืบเปิดกิจการแทบทุกอำเภอ  จะว่าไปโรงพยาบาลที่อยู่ตามเส้นทางที่ขับรถกลับผมมีโอกาสได้แวะไปเยี่ยมเยือนมาเกือบหมดแล้ว มีพี่ เพื่อน น้องๆหลายคนที่ได้มารู้จักกันตอนช่วยทำระบบ HOSxP ไม่ว่าจะเป็น อิ๊ด,บอย รพ.เอราวัณ -ปุ๊,บอล รพ.หนองวัวซอ -ป๋าไหว,รพ.หนองหาน -หน่อย รพร.บ้านดุง-พี่บี้,ตั้ม รพร.สว่างแดนดิน-จ๋อง ,รพ.วานรนิวาส ซึ่งเป็นมิตรภาพในเครือข่ายที่ช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้กันมาตลอด เพื่อนรักของผมทั้งจุฬาและบุญมีโทรศัพท์มาสอบถามเป็นระยะจนกระทั่งผมขับรถเข้าเขตจังหวัดอุดรซึ่งถือว่าใกล้บ้านมากแล้ว.. ขับรถมาเรื่อยๆจนถึงเขตอำเภอภูเรือซึ่งเป็นระยะปลอดภัยผมเลยเปลี่ยนให้แม่บ้านช่วยขับกลับกว่าจะถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง..

การเดินทางไปมุกดาหารครั้งนี้ ผมมีความรู้สึกดีๆหลายอย่างทั้งได้มาเที่ยวกับครอบครัว การได้มาพบปะกับเพื่อนรักที่รู้จักกันมากว่า 20 ปี เป็นช่วงเวลาดีๆที่ผมรู้สึกว่าโชคดีมากที่มีพี่ เพื่อน และคนรู้จักที่ให้ความรัก ความเอื้ออาทรต่อผมและครอบครัวอย่างมากมายจริงๆ..

ขอขอบคุณแม่บ้านของเพื่อนทั้งต้อย และนิด ที่ช่วยดูแลครอบครัวผมเป็นอย่างดี
และขอบพระคุณทุกๆเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ



วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555

22 ปี มิตรภาพ..มั่นยืน ....ตอนที่ 1

14 ตุลาคม 2555
ผมและครอบครัวเดินทางออกจากด่านซ้าย โดยมีจุดหมายปลายทางที่จังหวัดมุกดาหารตามคำเชิญของบุญมีและจุฬา เพื่อนรักร่วมรุ่นที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยยังเรียนที่วิทยาลัยการสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ในยุคสมัยที่บริเวณรอบๆบึงแก่นนครยังรกร้างเป็นพื้นที่ว่างๆ ไม่มีอาคาร ร้านค้าเหมือนทุกวันนี้ แต่นั่นมันก็ 22 ปีมาแล้ว..

ผมบอกกับแม่บ้านเมื่อเดือนกันยายนว่าจะพาไปเที่ยวมุกดาหาร เพื่อได้ทำเรื่องของลาพักร้อนกันไว้ล่วงหน้าและเป็นช่วงจังหวะเวลาที่ลูกชายทั้งสองคนปิดเทอมทั้งคู่ ปกติช่วงเดือนตุลาคมครอบครัวผมก็มักจะหาช่วงเวลาเพื่อที่จะได้ไปเที่ยวไกลๆ ด้วยกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ในการเดินทางไปมุกดาหารครั้งนี้มีเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากงานคือ การไปสอน HOSxP ที่โรงพยาบาลหนองสูง
ผมใช้เวลาในการเดินทางไปแบบไม่เร่งรีบ เพราะคิดว่าจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายทาง 2-3 แห่งที่ยังไม่เคยไป และใช้บริการจาก 7-11ของ ปั้ม ปตท.เป็นจุดแวะพักของรถและคนเป็นระยะๆ จุดหมายแรกก่อนที่ถึงมื้อกลางวัน พวกเราแวะเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์หอยล้านปีที่บ้านโนนทัน จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งอยู่ติดกับอำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรมาก ที่จริงผมเคยพาครอบครัวมาที่นี่เมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นดูเหมือนว่าอาคารสถานที่ต่างขาดการดูแลทำให้เข้ามาแล้วเหมือนไม่มีอะไร แต่ในครั้งนี้ดูแตกต่างกันมากมีการปรับปรุงลานจอดรถตลอดจนอาคารสถานที่ใหม่ มีการจัดเก็บบัตรเข้าชมเหตุผลเพราะมีโชว์ของเจ้าไทรันโนซอราคา 4ล้านบาท ที่ส่งเสียงคำรามและขยับไปมาได้อย่างสมจริง ถ้าใครมีลูกหลานที่โปรดปรานเรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์ พาไปเที่ยวที่นี่คิด่วาไม่น่าผิดหวังนะครับ


มื้อเที่ยงฝากท้องไว้ที่ร้านขายข้าวขาหมูใกล้ๆกับโรงพยาบาลหนองวัวซอ..

หลังจากอิ่มท้อง กองทัพก็เริ่มออกเดินทางกันต่อจุดหมายปลายทางแห่งที่สอง คือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ซึ่งเคยพลาดชมมาแล้วแต่ครั้งนี้ตั้งใจว่าจะต้องไปชมให้ได้ซึ่งก็ได้เข้าไปชมสมใจแบบเฉียดฉิว เพราะเหลือเวลาอีกเพียงแค่ชั่วโมงครึ่งก่อนที่จะปิด

ในการพิพิธภัณฑ์มีข้อห้ามใช้แฟลชในการถ่ายรูปครับ สนนราคาเข้าชมราคาคนไทยกับคนต่างชาติก็แตกต่างกัน ซึ่งผมเองก็เกือบได้ใช้อัตราค่าชมราคาคนต่างชาติ ด้วยเหตุผลว่าหน้าตาโกอินเตอร์ไปทางฝรั่งหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ด้านในของพิพิธภัณฑ์มีการจัดอาคารแสดงเป็นสัดส่วนที่น่าสนใจครับ ทุกคนในครอบครัวเลยเดินชมกันเพลิน เหมือนได้เรียนรู้วิวัฒนาการของอารยธรรมโบราณมาจนถึงปัจจุบันในฉบับย่อเพียง 1ชั่วโมงกว่า ดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าของโครงกระดูกและของใช้เหล่านี้เคยมีอยู่จริงเมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว

จบทริปท่องเที่ยวประจำวันแรกของการเดินทาง ดูจากแผนที่เพิ่งเดินทางมาได้เพียงครึ่ง ทำให้ผมต้องทำความเร็วในการขับรถเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ขับรถผ่านอำเภอหนองหาน ทางเข้าบ้านดุง เลยผ่านไปที่สว่างแดนดิน ผมกดโทรศัพท์หาพี่บี้พี่สาว Adminของ รพร.สว่างแดนดินคนเก่ง  แต่ก็เพียงแค่โทรคุยทักทายเพราะยังต้องเดินทางไปอีกไกล ผ่านอำเภอพังโคนเห็นป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายไปวานรนิวาส เส้นทางผ่านที่ผมเพิ่งไปมาเมื่อครั้งจัดประชุมเครือข่ายสัญจร ครั้งที่ 7  ผมขับรถเลยผ่านไปเรื่อยๆจนเข้าเขตจังหวัดสกลนคร ผ่านโคกศรีสุพรรณ จนกระทั่งแสงอาทิตย์สุดท้ายลาลับขอบฟ้าอำเภอนาแก..

ครอบครัวผมเลือกแวะที่ "ร้านครัวนาแก"เพื่อฝากท้องมื้อค่ำ ดูระยะทางห่างจากจังหวัดมุกดาหารอีกไม่มากนัก บุญมีโทรเข้ามาสอบถามและแนะนำเส้นทางไปบ้าน แต่สุดท้ายก็นัดแนะเจอกันที่บิ๊กซี เพราะเพื่อนมีภาระกิจที่ต้องไปประชุมนอกรอบกับเพื่อร่วมงาน จึงให้ต้อย แม่บ้าน มารับและพาไปที่พักแทน หลังจากใช้เวลาอยู่ที่บิ๊กซีมุกดาหารอยู่พักใหญ่ๆ เพื่อรอต้อยซื้อของกินของใช้ หลังจากนั้นจึงเดินทางกันออกไปนอกเมืองอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าบ้านม่วงหัก ซึ่งบ้านของบุญมีอยู่หลักแรกติดปากทางเข้าหมู่บ้าน จึงเป็นอันสิ้นสุดการทางเดินทางในวันแรก รวมระยะทาง 506 กิโลเมตร

หลังจากเก็บของเข้าห้องพัก อาบน้ำ เด็กๆและแม่บ้านต่างก็ขอพักด้วยความเหนื่อยอ่อน ในขณะที่ผมยังมีงานค้างที่ต้องทำ คือการเตรียมการสอนในวันพรุ่งนี้ เลยนั่งคุยกับต้อยนั่งรอพี่แฮฟ(Have) ซึ่งผมมารู้ที่หลังว่าชื่อที่เขาเรียกกันว่า พี่แฮฟ พ่อแฮบ อาจารย์แฮฟ มาจากคำว่า "มี"ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Have  เลยเป็นที่มาชื่อเล่นของบุญมี  ซึ่งคืนนั้นกว่าเพื่อนจะได้เข้าบ้านก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าก็เลยได้นั่งคุยกันจนดึก ก่อนที่จะใส่คอนเวิร์สไปนอนห้องใครห้องมัน

15 ตุลาคม 2555
เสียงผู้คนพูดคุยกันเป็นนาฬิกาปลุกผมโดยธรรมชาติตั้งแต่หกโมงเช้า  ผมลุกออกจากห้องด้วยอาการวัวเงียเล็กน้อย เห็นต้อยกำลังสาละวนกับการดูแลคนไข้ที่มาตรวจรักษาตั้งแต่เช้า ส่วนบุญมีกำลังขายปุ๋ยให้กับลูกค้า สามีภรรยาคู่นี้นอนดึกแต่ตื่นเช้ากันทั้งคู่..

บ้านบุญมี&ต้อยที่บ้านม่วงหัก

กว่างานราษฎรจะเสร็จก็ปาเข้าไปเจ็ดโมงกว่า บุญมีขอเข้าไปเคลียงานหลวงที่สำนักงานก่อนที่จะมาแวะรับเพื่อพาผมไปที่โรงพยาบาลหนองสูง ส่วนต้อยลาพักร้อนเพื่อรับอาสาพาครอบครัวผมไปเที่ยว ซึ่งมีการวางแผนโปรแกรมการท่องเที่ยวสำหรับวันนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้ผมได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรอย่างสบายใจ แต่กว่าพี่แฮปจะพาผมออกเดินทางไปกันได้กว่าจะไปถึงก็เกือบสิบโมงเช้า..

ตามประวัติหนองสูงยกฐานะจากกิ่งอำเภอเป็นอำเภอหนองสูงเมื่อปี 2536 ตัวอำเภออยู่ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารประมาณ 50 กิโลเมตร มีคำขวัญประจำอำเภอว่า "หนองสูงถิ่นผู้ไท เมืองพระไกรสรราช ตาดโตนน้ำตกสวย ห้วยบังอี่น้ำใส ผ้าไหมเลิศหรู ภูจ้อก้อแหล่งวัฒนธรรม ล้ำลึกพิธีเหยา ทิวเขางามตา" ซึ่งบุญมีกับต้อยย้ำหนักหนาว่าผมและครอบครัว น่าจะแวะเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่หนองสูงระหว่างเดินทางกลับ แต่ก็พลาดโอกาสไปเพราะเวลาจำกัด

ที่โรงพยาบาลหนองสูง จุฬาเพื่อนรักร่วมรุ่นอีกคน ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายแผนงานที่นี่ ก่อนหน้านี้ติดต่อกับผมผ่านทาง Skype เรื่องปัญหาข้อมูล HOSxP ของทางโรงพยาบาลที่ยังคาราคาซัง ซึ่งผมเคยรีโมทมาแก้ฐานให้ครั้งหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะรับคำเชิญชวนจากเพื่อนให้เดินทางมาช่วยที่โรงพยาบาล จากการสอบถาม จุฬาเล่าให้ผมฟังว่าเคยเชิญทางบริษัทมาช่วยแก้ปัญหาให้หมดเงินค่าฝึกอบรมดำเนินการไปกว่าสองแสนบาท ทั้งเคยเชิญเพื่อนๆที่หนองหานมาช่วยแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ทันทีที่ฟังจบความรู้สึกผมเหมือนกำลังแบกโอ่งยักษ์ที่ใส่น้ำ 2,000ลิตรไว้เต็มๆทันที นี่ขนาดตัวแทนบริษัทที่เป็นเจ้าของโปรแกรมเขาก็ยังเคยส่งคนมาช่วยแต่ก็ยังเอาไม่อยู่ แล้วนี่ทีมงานโรงพยาบาลหนองสูงจะหวังอะไรจากผมได้บ้างละเนี่ย

ทันทีที่ผมก้าวเข้าไปในห้องประชุม เหมือนโดนสปอตไลท์ส่องสว่างจับขึงผมอยู่กลางเวที ทุกสายตาจับจ้องมองมาที่ผมมันน่าจะเป็นการเปิดตัววิทยากรที่สวยงามมาก ถ้าขณะนั้นไม่ใช่เวลาสิบโมงเช้าแล้ว ผมจึงได้แต่ฝากคำขอโทษผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งเป็นตัวแทนจากหลายหน่วยงานของโรงพยาบาลหนองสูงและ Admin จากโรงพยาบาลอื่นๆในจังหวัดมุกดาหารรวมๆแล้วประมาณ 30 คน ที่ต้องเสียเวลามารอผมเสียนานนนน นานยิ่งกว่าโปรแกรมชั่นของ 1-2 call

หลังจากที่ตั้งหลักได้ ผมเริ่มต้นเปิดประเด็นด้วยการพูดถึงเรื่องการพัฒนาระบบสารสนเทศโรงพยาบาล และถือโอกาสย้อนประวัติศาสตร์ของ HOSxPเพื่อปูพื้นฐานการรับรู้ร่วมกัน ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาของ HOSxP แต่ละโมดูล  ซึ่งวิธีที่ผมถนัดคือการใช้วิธีเรียนรู้ร่วมกันจากคำถาม และตอบแบบผสมผสานไปกับระบบคุณภาพ HAที่ผมคิดว่าฟังแล้วย่อยเข้าไปในหัวได้ง่ายและเห็นภาพมากกว่าที่จะพูดเรื่องโปรแกรม HOSxP เพียงอย่างเดียว  ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองเกินไปสำหรับการแนะนำวันแรกผมรู้สึกได้ว่าผู้เข้าร่วมประชุมตั้งใจฟังดีมากนะครับมีการสอบถามโต้ตอบกับผมเป็นระยะๆ จนล่วงเลยไปจนถึงสี่โมงเย็นกว่าๆ จนต้องขอยกยอดเนื้อหาไปคุยกันต่อวันพรุ่งนี้

เย็นวันนี้ ครอบครัวผมและครอบครัวเพื่อนมีนัดทานอาหารเย็นกันในร้านในเมืองมุกดาหาร โดยบุญมีรับเป็นเจ้าภาพ  ซึ่งเป็นมื้อค่ำสำหรับเพื่อนและคนครอบครัวจริงๆ พวกเราพูดคุยไถ่ถามความเป็นไปของแต่ละครอบครัวอย่างสนุกสนาน เรื่องเก่าเล่าความหลังช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้อิ่มท้องและอิ่มใจ ที่ทำให้รู้สึกได้ว่าแม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแต่ความสัมพันธ์ยังคงเหมือนเดิม ลูกๆของพวกเราโตขึ้นบางคนกำลังจะเป็นหนุ่มเป็นสาว ในขณะที่พวกเราดูแก่ลง สังขารเปลี่ยนแปลงไปตามวัย แต่ใจยังเกินร้อยและที่สำคัญ มิตรภาพความเป็นเพื่อนตลอด 22 ปี ยังคงมั่นยืน..

เมื่อกลับถึงบ้านพัก เด็กๆและแม่บ้านต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วก็เข้านอนเพราะเหนื่อยจากการตะลอนทัวร์มาทั้งวัน ส่วนผม บุญมีและต้อยยังมานั่งคุยกันต่อตามประสาขานอนดึก(ประจำ) คืนนี้มีไวท์แดงตบตูดปิดท้ายผมก็ไม่ขัดศรัทธา นั่งดื่มพูดคุยกับเพื่อนกันจนหมดขวด  ก่อนจะแยกย้ายไปไปนอนตอนหนึ่งนาฬกา..

(อ่านต่อ..ตอนที่ 2)