แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การปกปิดความลับผู้ป่วย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การปกปิดความลับผู้ป่วย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Patient Experience ประสบการณ์ของผู้ป่วย เสียงสะท้อนเบาๆ ไปยังทีมสารสนเทศ

เด็กสาวนั่งนิ่งก้มหน้า บ่อยครั้งที่เธอยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลผ่านแก้มระหว่างที่กำลังจะบอกเล่าเรื่องราว ผิวขาวบริเวณแขนมีรอยขีดข่วน สลับกับรอยบวมแดงช้ำ ขอบตามีสีเขียวคล้ำ ตาข้างหนึ่งบวมปิดเกือบสนิท บางช่วงเธอนิ่งเงียบไปนาน เหมือนกำลังร้องไห้แต่ไม่มีเสียงสะอื้น น้ำตาคงช่วยละลายความเครียดในใจให้เจือจางลงไปได้บ้าง ..
นานเท่านาน จนเธอรู้สึกดีขึ้น และเงยหน้าขึ้นสบสายตา ก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
"หนูถูกข่มขืน "

....................................

ไม่ใช่ข่าวหน้าหนึ่งจากหนังสือพิมพ์ฉบับไหน และไม่ใช้ข่าวจากโลกออนไลน์ที่มีการแชร์กระหน่ำ แต่เป็นคำถามที่เกิดจากการมโนโซเชียลไปว่า หญิงสาวที่ถูกกระทำคนนั้น คือ ตัวคุณเอง



คุณ.. คุณนั่นแหละไม่ต้องหันมองใคร

คุณคาดหวังอย่างไรครับหากจะต้องมาบอกเล่าเรื่องราวที่แสนเศร้าและน่าอับอายอย่างนี้ กับคนแปลกหน้า (เผลอๆ อาจจะหน้าแปลก) คนแปลกหน้าที่คุณเรียกว่า "คุณหมอ"

คำตอบที่ออกมาทางสายตาคงบอกคล้ายกันว่า..
คุณหมอขาาา อย่าบอกเรื่องนี้กับใครนะค่ะ please..

คำถาม(ที่มักถูกถามแน่ๆ)ในระบบคุณภาพมาตรฐานเรื่องความลับของผู้ป่วย โดยเฉพาะกรณีเรื่องมโนไม่โอเคอย่างเรื่องนี้ ว่าโรงพยาบาลของคุณมีวิธีปฏิบัติกันเยี่ยงไร

คำตอบของเราก็ออกมาเหมือนๆกัน คือ มีพยาบาลผู้รับผิดชอบให้คำปรึกษา มีการเก็บประวัติแฟ้มแยกเก็บไว้ต่างหาก ใส่ลิ้นชักล๊อคกุญแจอย่างดีเก็บไว้ที จุด จุด จุด  และมีใครสักคนหรือหลายๆ คน ที่รู้ว่ากุญแจอยู่ไหน สามารถมาเปิดลิ้นชักแล้วเอาหยิบจับเอาเอกสารไปอ่านได้อย่างชิวๆ (ฮา)

คำถามที่สอง แล้วใครบ้างล่ะครับ ที่ควรหรือไม่ที่ควรรู้ ความลับนี้..

แพทย์หรือพยาบาลที่ให้คำปรึกษานั่นแหละที่ต้องรู้แน่ เพราะเป็นคนให้คำปรึกษาครั้งนั้น
ถูกต้องแล้วครับ คุณได้รับสิทธิไปต่อข้อต่อไป

คำถามข้อที่สาม
หากคนไข้กลับมาร้บบริการครั้งต่อไปด้วยอาการอื่นๆ แพทย์ พยาบาล เภสัช ที่ให้การดูแลรักษา จำเป็นไหมที่ต้องรู้ข้อมูลแบบว่า... แบบว่า เหล่านั้นหรือไม่

หากตอบว่าควรรู้ ช่วยคิดต่อกันอีกหน่อยครับว่าทำไมถึงควรรู้..
และหากตอบว่าไม่ควรรู้  ช่วยตอบขยายความให้อีกสักนิดว่าทำไมไม่ควรรู้
แล้วมีแนวทางปฏิบัติบัติอย่างไร

กรณีแบบนี้มีคำอธิบายที่น่าสนใจในการเยี่ยมสำรวจอย่างนี้ครับ
  • เคสถูกขืนข่มตามตัวอย่างข้างต้นนี้ จัดอยู่ในชั้นข้อมูลความลับแบบลับฝุดๆ เพราะเป็นเรื่องน่าอาย เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อชื่อเสีย ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคม หากความลับรั่วไหลออกไป คงอับอายจนแทบจะต้องหาปิ๊บมาคลุมหัว ดังนั้นถ้ามาตามนัดก็ควรได้พบกับแพทย์ /พยาบาลที่ให้คำปรึกษาคนเดิมตลอด
  • กรณีเจ็บป่วยแล้วมารับบริการด้วยโรคอื่นๆ สามารถพบแพทย์/พยาบาลคนอืนๆได้ โดยที่บุคลากรคนอื่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ เทพพยากรณ์ ผู้อำนวยการ ฯลฯไม่จำเป็นใดๆที่จะต้องมารู้ความลับเรื่องนี้ของผู้ป่วย 
  • ผู้ให้คำปรึกษา ควรแนะนำขั้นตอนการกลับมาใช้บริการ และแจกควรแจกนามบัตร ฮอตไลน์ สายด่วน สายตรง ไลน์ เฟสบุ๊ค(ถ้ามี) เพื่อให้ผู้รับบริการหากยังกังวล ซึมเศร้า สับสน จะได้สามารถติดต่อกลับมาได้สะดวก
  • การแยกแฟ้มเอกสารเก็บไว้ต่างหากเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าควรมีการตามร่องรอยดูอีกทีสิว่าเอกสารความลับเหล่านี้มันปลอดภัยจริงไหม๊ เข้าถึงได้ง่ายเกินไปหรือเปล่า เพราะหลายครั้งมันน่าเศร้าที่คุณอุตสาห์ปกปิดแทบตาย แต่มีคนเปิดเอาแฟ้มคุณมานั่งอ่านได้อย่างหน้าตาเฉย
เพราะเรื่องร้ายๆแบบนี้ 
บ่ตง ..แค่มีคนรู้หนึ่งถึงสองคนหนูก็อายเกินกว่าที่จะทนแว้วววว


หากคุณคิดจัดวางระบบบริการในการปกป้องความลับผู้ป่วยทำได้ง่ายๆครับ
เพียงแค่คุณลองสลับตำแหน่ง ย้ายก้นเปลี่ยนที่นั่งกันเท่านั้นเอง

เมื่อคนที่เจอเหตุการณ์ร้ายๆ คือคุณ
ลองใช้ Patient Experience ประสบการณ์ของผู้ป่วยเป็นสิ่งนำทาง..

คุณคาดหวังอย่างไร และอะไรทำให้คุณเชื่อมั่นได้ว่าการมาเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลคุณภาพแห่งนี้
กับสิ่งที่คุณกำลังจะบอกเล่าออกไป มันจะถูกดองไว้เป็นฟามลับฝุดๆ

เมื่อคุณ = ผู้รับบริการ 

และถ้าคุณมั่นใจว่าความลับมันจะปลอดภัยไม่ถูกแพร่งพราย
คำตอบนั้นแหละใช่เลยย

หมายเหตุ

สำหรับส่วนที่เกี่ยวข้องกับทีมสารสนเทศ  HOSxP สามารถช่วยได้ ด้วยการกลับไปอ่าน
เรื่องลับที่ ไม่ลับ ตอนที่ 1
เรื่องลับที่ ไม่ลับ ตอนที่ 2

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เรื่องลับ..ที่ไม่ลับ ตอนที่ 2

เอาละครับ ทีนี้เราจะมาต่อกันให้ตรงประเด็นเลยว่า แล้วใน HIS อย่าง HOSxP ที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่นิยมใช้กัน เราจะปกปิดฟามลับของผู้ป่วยกันอย่างไร..

การปกปิดความลับผู้ป่วยตามหลักการสากล คือ "ให้มีคนรู้น้อยที่สุดเท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็นเท่านั้น"

ประเด็นที่ต้องมาคิดต่อ
1. คนทีเกี่ยวข้อง คือใครบ้าง ? 
2. หน้าจอไหนบ้างที่เป็นข้อมูลความลับผู้ป่วย?  ซึ่งการปกปิดข้อมูลลับที่ผมจะกล่าวถึงในครั้งนี้คือ ข้อมูลลับฝุดๆ  ลับมาก และปกปิด โดยให้คนเห็นน้อยที่สุดเท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็น


ในโมดูลต่างๆของ HOSxP มีการจำกัดการเข้าถึงในระดับหนึ่งอยู่แล้วนะครับหลายๆท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วซึ่งก็มีการจำกัดการเข้าถึงได้ในระดับหนึ่ง ผมคงไม่ลงในรายละเอียด

แต่
มีจุดหนึ่งซึ่งมีการเข้าถึงที่ได้ง่ายจากหลายๆหน้าจอ และได้ข้อมูลละเอียดมั๊กๆ นั่้นคือ
.
..
...
Patient EMR

ถูกต้องแล้วคร้าบบบบบ

ซึ่งแน่นอนว่าหากข้อมูลทุกอย่างโรงพยาบาลของคุณเก็บทุกเม็ดลงในคอมพิวเตอร์

โดยเฉพาะในโปรแกรม HOSxP มีปัญหาความลับผู้ป่วยตามมาแน่ๆ เพราะคุณรู้ใช่ไหม๊ว่า ข้อมูลที่แสดงใน patient EMR มันโชว์เกือบทุกอย่าง ซึ่งมันสามารถปิดการเข้าถึง Patient EMR ก็ได้แต่ EMR มันมีข้อมูลการรักษาหลายระดับ ตั้งแต่ไม่ลับอะไรมากปกปิดตามจรรยาบรรณมาตรฐาน
จนถึง ปกปิด ลับ และลับฝุดๆ

แต่.. มันสามารถปกปิดบางข้อมูลใน Visit วันที่มารับบริการบางวันได้
และ..
ปิดไม่ให้มองเห็น Visit ที่เป็นความลับเลยก็ได้  จริ๊งๆ

มาดูตัวอย่างบางตอนที่ผมได้มาจากคำถามเวลาเขามาเยี่ยมสำรวจนะครับ เช่น อาจารย์คนสวยอาจจะถามว่า ถ้าต้องการข้อมูลคนไข้ที่ลงวินิจฉัยว่า Y05  ด้วยความพาซื่อของแอดมินที่จะโชว์เพาว รีบค้นหาให้ดูฉับพลันทาง OPD  Custom search ผลที่ได้ก็จะเป็นเช่นนี้ครับ



รายชื่อ พร้อม HN และวันที่ มีพร้อมแสดงให้ทราบ คนถามก็จะบอกว่า อุ้ย..เก่งจุงเบย แล้วขอดูรายละเอียดมากกว่านี้ได้หรือเปล่าจ๊ะ ถามพร้อมส่งสายตาหวานปริบๆ  

เรื่องแค่นี้หมูติดมันมากๆ สำหรับซุปเปอร์แอดมินอย่างเรา 
ว่าแล้วอย่ารอช้ารีบเปิดเข้า Patient EMR อย่างเร็วไว
นี่ครับ ..
เชิญดูได้ตามใจชอบ หุหุ  ไอทีแมน..ซะอย่าง 


ถ้าใครทำแบบนี้ 
และพี่โก้ อยู่ใกล้ๆ คงโดนแกเขกมะเหงกลงหัวสองที โป๊กๆๆ โทษฐานที่สอนไม่จำ
............................................................................................................................................................

เรารู้กันอยู่แล้วนะครับว่าใน Patient EMR สามารถปกปิดข้อมูลการแสดงผลได้ วิธีการก็คือ การเลือกข้อมูลปกปิดตอนที่บันทึกผลในเมนูห้องตรวจ ซึ่งโปรแกรม HOSxP จะให้เลือกว่าจะปกปิดอะไรบ้าง มีให้เลือกหลายอย่าง อยากปกปิดอะไรเลือกเอาตามใจชอบ


ผลที่ได้จากการปกปิดก็คือ เวลาที่มาค้นหาที่ Patient EMR คนอื่นจะมิสามารถดูได้ แต่ถ้าเป็นเจ้าของ Log in ที่ปกปิดจะสามารถกดปุ่ม Show เพื่อแสดงข้อมูล  ...
แห๊ม..ดูแล้วก็เหมือนจะดีนะครับ


แต่นิสัยของมนุษย์ปถุชนทั่วไป ใครมาปกปิดอะไรแบบนี้ก็ยิ่งอยาก(สอด)รู้ อย่ากระนั้นเลย กดปุ่มเวชระเบียนเพื่อ พรีวิว ดูหน้าจอ OPD CARD ดีฟ่า (ฮา)
หรือถ้ามีระบบสแกนเอกสารไว้ด้วยก็กดปุ่มสแกนดูของจริงกันไปเลย 


เวงกำ.. ปิดได้ แต่ปิดม่ายมิด..

บางที่อาจจะแก้ด้วยวิธีกำหนดเงื่อนไขในฟอร์มของ doctor-opd-card-emr ช่วยปกปิดเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ก็ได้ อาจจะต้องใช้ความสามารถระดับเทพนิ๊ดนึง.. ซึ่งผมไม่มี ฮิ้วววว
................................................................................................................................................................

ACCESS_VIEW_EMR_RISK_ICD10

หลายท่านคงคิดเหมือนผมว่า มันน่าจะมีวิธีปิดแบบไม่ให้เห็น visit วันที่นั้นเลยนะทำได้เปล่า
ใช่ครับ..
ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ HOSxP ทำได้จริงๆ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องปกปิดโดยกำหนด Risk icd10 แทน 

สาเหตุมันมาจากฟามอยากรู้ Access เมนูในSystemsettingที่ชื่อว่า ACCESS_VIEW_EMR_RISK_ICD10 มันเอาไว้ทำไม  เป็นความซนปนสงสัยว่าถ้าเลือกตรงนี้แล้วมันจะมีผลอย่างไร แสดงว่ามันต้องมีที่ให้กำหนดว่า ICD10 ไหนเป็นความเสี่ยง


แม่นแท้ ..มีตาราง icd10_risk ที่ข้อมูลข้างในไม่มีอะไรเลย ผมจึงลองกำหนดเล่นๆ ว่า icd รหัสนั้น รหัสนี้น่าเป็นรหัสที่มีความเสี่ยง สมควรปกปิด


หลังจากกำหนดข้อมูลการ Access  เข้าถึงข้อมูลของ user แล้ว และมากำหนดที่ตาราง  icd10_risk ผมลองเข้าไปดูข้อมูลคนไข้เป้าหมายโดยใช้  log in ของผู้มีสิทธิก่อน ดังภาพตัวอย่างข้อมูลที่ผมต้องการปกปิดคือวันที่ 28/03/2556 ซึ่งผมสามารถเห็นข้อมูลได้ตามปกติ


แต่ถ้าผมใช้รหัส log in ของผู้ใช้รายอื่นผลปรากฏว่า วันที่ต้องการปกปิดหายไปจาก patient EMR..แว๊ป


อ่า ปกปิดได้อีกนิ๊ดนึง..

ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่การค้นหา สิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยเรื่องของการค้นหาข้อมูลที่เราคุ้นเคยกันดี คือ
OPD_CUSTOM_SEARCH  โฮ่ๆ ค้นหาง่ายๆ แต่อันตรายชิบ.. 

เพราะจะทำได้ได้ข้อมูลเป้าหมายแบบทันใจ 
ดังนั้นเมนูนี้ ใครไม่เกี่ยวข้องกับตรงนี้ก็ถอยไป อย่าลืมเข้าไปกำหนดการเข้าถึงเมนูนี้ไว้ด้วยนะขอรับ



ปล. เป็นหนึ่งในรหัส Y05X รหัสพิฆาตแอดมินที่ควรระวัง ในการตอบคำถาม กันตกม้าตาย

ที่จริงสำหรับผู้เชี่ยวชาญ HOSxP คงทราบดีว่ามันมีจุดเล็กจุดน้อยที่สามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างว่าได้อีกหลายช่องทาง ส่วนหนึ่งเป็นการเข้าถึงได้ตามวิชาชีพอยู่แล้ว แต่อีกข้อมูลอีกบางส่วนที่เป็นระดับลับ ลับฝุดๆ ควรจำกัดการเข้าถึง

แต่ก็อย่างที่บอกแหละครับว่าความลับไม่มีในสามโลก  และตามหลักสากล คือ
"ให้มีคนรู้น้อยที่สุดเท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็นเท่านั้น"


เป็นเรื่องลับ..ที่ไม่ลับของ HOSxPที่เอามาแลกเปลี่ยนกันนะครับ  เผื่อว่าทันใดจะไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของโรงพยาบาล หรือเอาไว้ตอบคำถาม คสมชกห.แบบเนียนๆ

ยังมีการปกปิดในส่วนอื่นๆ อีกที่น่าสนใจ ถ้าใครอยากแลกเปลี่ยนกันต่อส่งข้อความมาทางหลังไมค์ได้ครับ ถ้ามีเวลาจะรีวิวให้อ่านกันต่อ


หมายเหตุ บทความทั้งหมดเป็นความเข้าใจที่อาจจะคาดเคลื่อนและเลอะเลือนตามประสบการณ์อันน้อยนิดของผู้เขียน มิสามารถนำไปอ้างอิงใดๆ ได้และโปรดใช้จักรยานในการเดินทางเพื่อการประหยัดน้ำมัน

แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม สนับสนุนการอ่านโดย พี่โก้..
http://hosxp.net/index.php?option=com_smf&Itemid=28&topic=30253.0

เรื่องลับ..ที่ไม่ลับ ตอนที่ 1

" มีเรื่องเล่าว่า สามีพาภรรยามาคลอดลูก ได้ลูกสุขภาพดีน่ารัก มีความสุขทั้งพ่อและแม่ เรื่องน่าจะจบด้วยดี ถ้าไม่บังเอิญเกิดเรื่องเสียก่อน กล่าวคือวันที่หมอให้กลับบ้าน พยาบาลให้สามีนำเวชระเบียนไปประกอบ การคิดค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายการเงิน ระหว่างนั่งรอ สามีอ่านเวชระเบียนพบว่าภรรยาเคยแท้งบุตรก่อนแต่งงานกับตน ชีวิตสามีภรรยาคู่นี้จบลงด้วยการแยกทางกัน.." มิถุนายน 2009 คนไข้หัวเราะ คุณหมอที่รัก นพ.สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์
ช่วงนี้โรงพยาบาลหลายแห่ง ถึงรอบที่จะต้องต่ออายุการรับรองคุณภาพ HA กันอีกแล้วนะครับ ในส่วนของงานสารสนเทศมีประเด็นที่ถูกถามกันบ่อยๆ คือ เรื่องของการปกปิดความลับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยกรณีพิเศษๆ เช่น ผู้ป่วย HIV ผู้ป่วยคดีข่มขืน ,ผู้ป่วยตั้งครรภ์ไม่ถึงประสงค์ ฯลฯ ว่าแต่ละแห่งมีแนวทางในการดำเนินงานเรื่องนี้อย่างไร แต่ก่อนที่ยังเป็นเวชระเบียนแบบเอกสารคำถามนี้ก็คงไม่เกี่ยวกับนักคอมพิวเตอร์เท่าไหร่ 
แต่ปัจจุบันมองไปทางไหนใครๆ ก็ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลกันทั้งนั้นคำถามที่มักทำให้แอดมินอย่างเราเซ่อ คือ ข้อมูลในคอมพิวเตอร์จะปกปิดอย่างไร ..หา!

เอ่อ .. เอากระดาษปิด เอาพลาสเตอร์แปะ ไว้พอไหวไหม๊น๊า.

ดังนั้นวันนี้ผมจึงมีประเด็นมาชวนแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการปกปิดความลับของผู้ป่วยที่  admin ควรทราบกันก่อนเรื่องของเรื่องมันมีที่มาเยี่ยงนี้ขอรับ..

ว่าด้วยเรื่องของกฏหมายก่อน
"การเปิดเผยความลับเป็นความผิดทางกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323 ผู้ใดล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่นโดยเหตุเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ โดยเหตุที่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เภสัชกร คนจำหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผู้พยาบาล... ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  

ผู้รับการศึกษาอบรมในวิชาชีพดังกล่าว ในวรรคแรกเปิดเผยความลับของผู้อื่น อันตนได้ล่วงรู้หรือได้มาในการศึกษาอบรมนั้น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน ในวรรคสองรวมถึงนักศึกษาแพทย์ที่อยู่ในระหว่างการศึกษา "

ความลับในที่นี้หมายถึงอัลไล.._??
คือ..อาการป่วยไข้ของคนไข้ซึ่งแพทย์จะไปบอกผู้อื่นไม่ได้ กรณียกเว้น กรณียกเว้นที่ต้องเปิดเผยข้อมูลซึ่งอาจเป็นความลับของคนไข้ ได้แก่ การรายงานโรคติดต่ออันตราย การรายงานบาดแผลของคนไข้ที่อาจเกิดจากการก่อคดีอาชญากรรม การรายงานการทำร้ายร่างกายในครอบครัว ซึ่งผลการรายงาน ผู้เกี่ยวข้องสามารถใช้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมทั้งการให้ข้อมูลตามคำสั่งศาล หากคนไข้ปิดบังข้อมูลบางส่วน หรือไม่ยอมให้แพทย์ตรวจร่างกายโดยละเอียดตามความเหมาะสม หรือไม่ยอมให้ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการตามความจำเป็น เพราะเกรงความลับของตนเองจะถูกเปิดเผย อาจมีผลต่อการวินิจฉัยและการบำบัดรักษา

ความลับยังแบ่งออก(อย่างไม่เป็นทางการ)เป็น ความลับที่คนไข้ไม่ให้บอกญาติ และความลับที่ญาติไม่ให้บอกคนไข้   บางเรื่องคนไข้ไม่อยากให้บอกญาติเพราะเป็นโรคร้ายแรง  แต่พออาการทรุด ญาติก็หาว่าหมอรักษาไม่ดี หรือญาติไม่ให้บอกเพราะกลัวคนไข้จะทรุด จะเสียกำลังใจ ฯลฯ ซึ่งทั้ง 2 ประเภทสร้างความหนักใจกับแพทย์ ที่ให้การดูแลรักษาตกที่นั่งลำบาก เพราะดันไปขัดกับสิทธิผู้ป่วยที่ ประกาศไว้ป่าวๆว่าคนไข้มีสิทธิที่รับทราบข้อมูลของตนเอง

ดังนั้นเราอาจจะเห็นว่าทำไมโรงพยาบาลแต่ละแห่งจึงพยายามที่จะพัฒนาระบบ โดยไม่ให้คนไข้ต้องถือเวชระเบียนเอง (ทั้งๆที่เป็นข้อมูลของคนไข้)  หรืออาจจะใส่ซองหรือมีอะไรปกปิด ฯลฯ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นผลมาจากเรื่องลับ..ที่ไม่ลับของผู้ป่วยนั่นเอง

ดังนั้น "ความลับผู้ป่วยจึงมิใช่ความลับที่รู้กันเพียงสองคนระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย การเปิดเผยข้อมูลให้ทราบถึงกันในหมู่ผู้ปฏิบัติงาน ในโรงพยาบาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผู้ป่วย ที่เป็นไปเพื่อการดูแลรักษาที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยจะไม่ถือว่าเป็นการเปิดเผยความลับของผู้ป่วย เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องเก็บรักษาความลับผู้ป่วย เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323 ว่าด้วยการเปิดเผยความลับผู้ป่วย กฎหมายมิได้เอาโทษเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพ แต่ยังรวมถึงผู้ช่วยและ นักศึกษาด้วย ทุกสถานพยาบาลจึงควรมีการอบรมบุคลากรทุกระดับให้เข้าใจเรื่องหน้าที่ในการเก็บรักษาความลับผู้ป่วยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะมีโทษทางอาญา" อ่า..นักคอมก็ไม่รอดซิครับงานนี้

สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพ นอกจากต้องรับผิดทางอาญาแล้ว ยังต้องรับผิดต่อองค์กรวิชาชีพของตนเองด้วย แพทย์ต้องรับผิดต่อแพทยสภา พยาบาลต้องรับผิดต่อสภาการพยาบาล ความลับเรื่องผลเลือดเอดส์ เป็นความลับที่ผู้ป่วยสามารถระบุได้ว่าต้องการให้ใครร่วมรับรู้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อผลของการรักษาผู้ป่วย ความลับดังกล่าวจึงสามารถรู้ได้ในหมู่บุคลากรที่ทำหน้าที่เกี่ยว กับการรักษาผู้ป่วยโดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นรายคน ฯลฯ

เนื่องจากความลับไม่มีในสามโลก การรักษาความลับ(ที่ไม่ลับ)จึงใช้หลักการสากล คือ
"ให้มีคนรู้น้อยที่สุดเท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็นเท่านั้น"" โดยส่วนมากนิยมแบ่งออกเป็นระดับ ดังนี้ครับ
  1. ลับฝุดฝุด เช่น ข้อมูลการถูกข่มขืน
    แนวทางปกปิด ข้อมูลกรณีแบบนี้ควรใช้บันทึกด้วยลายมือแพทย์และพยาบาลที่เกี่ยวข้อง Visit นั้นที่เอกสาร OPD_card หรือเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง แล้วเก็บส่วนนี้หน้านี้แยกออกมาเก็บใส่ตู้ใส่กุญแจล๊อคให้เรียบร้อย ส่วนรายละเอียดใน HOSxP อาจะมีคำย่อโค๊ดลับหรือบันทึกแค่ CC PI ว่าให้คำปรึกษา ฯลฯ เพื่อเก็บสถิติ Visit และเพื่อใช้เป็นหลักฐานการมารับบริการที่ รพ.จริง จนท.ทั้ง รพ.คนอื่นๆไม่ควรมีใครสามารถอ่าน OPD card ที่เขียนได้นอกจากพยาบาล+แพทย์เวรที่ทำการรักษาวันนั้นเท่านั้น ใน HOSxP ไม่มีเนื้อหาที่จะเปิดเผย 
  2. ลับ เช่น ข้อมูลผลการตรวจทางห้อง LAB อย่างผลตรวจ HIV
    แนวทางปกปิด  ที่นิยมทำกันเป็นส่วนใหญ่ห้อง Lab ไม่รายงานผลใน HOSxP  ว่า Neg หรือ Post แต่จะเลี่ยงใช้คำอื่น เช่น รายงานผลแย้ว.. และแจ้งผลโดยพิมพ์ใส่ซองจดหมายส่งให้เจ้าหน้าที่งานให้คำปรึกษาโดยตรงใช้เลข CN อ้างอิงการสืบค้น แพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องที่รักษาอยากจะทราบผล ให้ไปแสดงตัวตามคำสั่งของ คสช. เอ๊ย ผิดๆ ต้องไปแสดงตัวเพื่อขอทราบผลจากงานให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันและจำกัดผู้ทราบผลให้แคบที่สุด
  3. ปกปิด เช่น ข้อมูลที่เกี่ยวกับคดีต่างๆ เช่น ตรวจปัสสาวะสารเสพติด ถูกทำร้ายร่างกายในครอบครัว กระทำรุนแรงในสตรีและเด็ก
    แนวทางปกปิด : ที่นิยมทำกัน คือ บันทึกใน OPD CARD เป็นลายมือเป็นหลัก ส่วนใน HOSxP บันทึกทั่วไปแต่ไม่มีรายละเอียดมาก
แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จะต้องยึดหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัด โรงพยาบาลจึงถูกถามในระบบคุณภาพว่าจัดระบบในการรักษาความลับและควบคุมกำกับให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังทุกขั้นตอนอย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อถือให้เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพการรักษาพยาบาล และสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในวงการแพทย์ ..

และเนื่องจากบันทึกเวชระเบียนในปัจจุบันมี 2 รูปแบบ ได้แก่
  1. บันทึกเป็นเอกสาร
  2. บันทึกเป็นข้อมูลในคอมพิวเตอร์
โดยเฉพาะการบันทึกข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และหลายๆโรงพยาบาลใช้การ Scan OPD card เนื่องจากปัญหาพื้นที่จัดเก็บและปริมาณเอกสารที่เพิ่มมากขึ้น บางแห่งพัฒนาไปสู่ระบบ opd paperless แล้ว เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการให้บริการ และบางครั้งต้องการเข้าถึงข้อมูลลับเพื่อประกอบการตัดสินใจในการรักษาพยาบาล ประกอบกับระบบเอกสารที่บันทึกข้อมูลในคอมพิวเตอร์มีแนวโน้มและบทบาทที่จะมาแทนระบบการเขียนด้วยลายมือแบบเดิม คนรุ่นใหม่ๆมากับความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่ดีมากขึ้น ฯลฯ ดังนั้นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐาน จึงจะต้องตอบคำถามเพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่ามีระบบการจัดเก็บ ป้องกันมิให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้โดยง่ายอย่างไร

ดังนั้น..งานนี้  Admin ไม่เกี่ยวไม่ได้แล้ว
ในตอนหน้ามา ดูวิธีปกปิดข้อมูลลับ..ที่ไม่ลับ ใน HOSxP กันครับ

จุ๊ๆ บอกก่อนนะครับว่าวิธีนี้ลับสุดยอด ห้ามบอกใคร..เด็ดขาด